วิกฤตเด็กยุคดิจิทัล ติดจอ (Screen Time)ปัญหา เด็กและเยาวชนในปัจจุบันใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์มากเกินไป ส่งผลเชิงลบต่อพัฒนาการทางอารมณ์ สติปัญญา และสังคม ทำให้เด็กขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในชีวิตจริง เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย และสมาธิสั้นลง ทั้งในชุมชนยังขาดพื้นที่สาธารณะและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการเล่นที่เพียงพอ เด็กไม่มีสถานที่ในการระบายพลังงาน ขาดโอกาสในการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและความแข็งแรง ทั้งผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองยังคงมีมายด์เซ็ตที่ปิดกั้น การเล่นอิสระ (Free Play) พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูในระบบการศึกษาส่วนใหญ่ ยังคงเน้นย้ำเรื่องการเรียนตามตำรา (Academic-focused) หรือหากให้เด็กเล่น ก็มักจะเป็นการเล่นที่ผู้ใหญ่กำหนดกฎเกณฑ์ ควบคุม หรือตีกรอบไว้ล่วงหน้า ทำให้เกิดผลกระทบ เด็กขาดโอกาสในการคิดค้นวิธีการเล่นด้วยตัวเอง ขาดการใช้จินตนาการ และส่งผลให้ทักษะการจัดการตนเองและการควบคุมอารมณ์ (Self-regulation) ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เกิดภาวะเครียดและปัญหาสุขภาพจิตในเด็กปัญหา เด็กต้องเผชิญกับความกดดันทางการเรียน หรือผลกระทบทางจิตใจจากสภาพสังคมรอบตัว ขาดเครื่องมือธรรมชาติในการบำบัดอย่าง การเล่น ทำให้เด็กไม่มีช่องทางในการเยียวยาจิตใจ ลดความเครียด หรือสร้าง ภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ เพื่อรับมือกับปัญหา
1.ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ให้เติบโตสมวัย
2.ส่งเสริมพัฒนาทักษะสมองและกระบวนการคิด (EF) ฝึกให้เด็กคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง คิดนอกกรอบ รู้จักการวางแผน และตัดสินใจผ่านการลงมือทำ
3.สร้างความสุขและภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ลดความเครียด และมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
4.ส่งเสริมพัฒนาทักษะผู้ปกครอง/สมาชิกในบ้านให้เป็นผู้อำนวยการเล่นได้
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
