โครงการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุตำบลหนองแรตประจำปี 2570
-
นางสาวนิฟาตีเมาะห์ นิมะมิง
หลักการและเหตุผลปัจจุบันโครงสร้างประชากรของประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในภาวะเช่นนี้คือการเตรียมพร้อมเพื่อการป้องกันการเกิดโรคภัย
ต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาพร้อมๆกับอายุที่ยืนยาวขึ้นจากความเสื่อมของร่างกายและโรคเรื้อรังต่างๆในผู้สูงอายุส่ง
ผลให้ร่างกายไม่แข็งแรงและการทรงตัวไม่ดีพอจึงทำให้เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มง่ายบางรายอาจมีแค่อาการเจ็บ
เล็กน้อยหลังหกล้มบางรายอาจเกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกหัก เลือดคั่งในสมอง อัมพฤกษ์อัมพาต หรือเสียชีวิตและหนึ่งในโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุคือโรคสมองเสื่อมซึ่งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ
อายุที่มากขึ้น
โรคสมองเสื่อมเป็นความผิดปกติที่สมองทำงานด้อยลงจากเดิมจนมีผลกระทบต่อการทำงานหรือ การใช้ชีวิตประจำวันของบุคคลนั้นๆและทำให้ความรอบรู้ความเฉลียวฉลาดความคิดการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไปในทางลดลงนอกจากนี้ปัญหาสำคัญที่พบในผู้ป่วยสมองเสื่อมมี2ประการคือปัญหาความจำและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงซึ่งพบว่าผู้ป่วยจะมีการสูญเสียความจำระยะสั้นก่อนแล้วจึงสูญเสียความจำระยะยาวตลอดจนความสามารถในการตัดสินใจทำให้เป็นภาระแก่ผู้ดูแลและครอบครัวที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ จากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลอย่างมากในหลายด้านโดยเฉพาะทางด้านจิตใจเพราะทำให้เกิดความเครียดที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจนบางครั้งอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้ในบางราย
ในปีงบประมาณ 2569 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแรตมีจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 433 คน ได้รับการประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน จำนวน 405 คน คิดเป็นร้อยละ 93.53 พบว่า เป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม จำนวน 416 คน คิดเป็นร้อยละ 96.07 เป็นกลุ่มติดบ้าน จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 2.07 และติดเตียงจำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 1.85 ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.46 ผลจากการคัดกรองที่ผ่านมาพบว่า มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย 28 คนคิดเป็นร้อยละ 6.91 ด้านการได้ยิน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 5.18 ด้านความคิดความจำ 16 คน คิดเป็นร้อยละ 3.95 ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 3.95 ด้านการมองเห็น 15 คน คิดเป็นร้อยละ 3.70 ด้านการกลั้นปัสสาวะ 12 คน คิดเป็นร้อยละ2.96 ด้านการขาดสารอาหาร 6 คน คิดเป็นร้อยละ 1.48 ด้านภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 6 คน คิดเป็นร้อยละ 1.48 และ ด้านสุขภาพช่องปาก 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.23
ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแรต ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ได้เห็นถึงความสำคัญของการคัดกรองและส่งเสริมทักษะทางด้านการรู้คิดและป้องกันปัญหาด้านการรู้คิดและความจำเสื่อมและป้องกันการพลัดตกหกล้ม จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะความสามารถในการทำงานของสมองและป้องกันภาวะสมองเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุและอสม. ในการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนต่อไปจากโรคสมองเสื่อมและการพลัดตกหกล้ม ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขต่อไป
-
แกนนำอสม.มีความรู้เรื่องการบริหารชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ60
ผู้สูงอายุมีผลคัดกรอง Mini cog ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60
-
ผู้สูงอายุทราบถึงแนวทางในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อมและป้องกันพลัดตกหกล้ม40
ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงด้านการคิดความจำ/เสี่ยงหกล้มได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 40
-
เพื่อเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุทำให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
-
เจ้าหน้าที่และแกนนำอสม.20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจ้งความรู้เชิงปฎิบัติการแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุข
1ประชุมชี้แจ้งความรู้เชิงปฎิบัติการแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุข เรื่องการคัดกรองสมองเสื่อมและพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุและการบริหารชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จํานวน 20 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าวัสดุการอบรม ตลับสายวัดตัวแบบพกพา เพื่อการประเมินกล้ามเนื้อขา จำนวน 20 ชิ้น x 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท
รวมเป็นเงิน 1,300 บาท1 เมษายน 2570 ถึง 30 เมษายน 2569แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการคัดกรองสมองเสื่อมและพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุและการบริหารชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
1300 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
อบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุแบ่งกลุ่มเข้าฐานกิจกรรมการฝึกสมอง (Brain Training)
- กิจกรรมบริหารยืดเหยียดด้วยผ้าขาวม้า เพื่อช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
ป้องกันและบรรเทาอาการปวดป้องกันไหล่ติด
- กิจกรรมออกกำลังกายแบบ Otago Exercise Program ท่ากายบริหาร ป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมโครงการ จํานวน 80 คน x 50 บาทx 1 มื้อ เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จํานวน 80 คน x 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าวัสดุการอบรม เป็นเงิน 220 บาท ดังนี้
1.ค่าเอกสาร แผ่นพับความรู้ ราคา 2 บาทX80คน เป็นเงิน 160 บาท
2.ค่าเอกสาร แบบคัดกรอง Mini-Cog ราคา 1 บาทX60คน เป็นเงิน 60 บาท
- ค่าอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมการฝึกสมอง (Brain Training) คือการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการรู้คิด เช่น ความจำ สมาธิ และการแก้ปัญหาของผู้เข้าร่วมอบรมฯเนื่องจากทาง รพ.สต. ไม่มีอุปกรณ์ คือ ชุดกล่องอุปกรณ์กิจกรรมกระตุ้นสมองสำหรับผู้สูงอายุ เป็นการประยุกต์ใช้ Cognitive Stimulation Therapy (CST) โดยแบ่งอุปกรณ์ออกเป็น 6 ด้านหลัก เพื่อชะลอภาวะสมองเสื่อมอย่างครอบคลุม โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 1 กล่อง ราคา 5,500 บาท
- ค่าผ้าขาวม้ายืดเหยียด 100 บาท X 80 คน
เป็นเงิน 800 บาท
- ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการ 1 เมตร x 3 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
รวมเป็นเงิน 15,270 บาท1 เมษายน 2570 ถึง 30 กรกฎาคม 25701.ผู้สูงอายุมีผลคัดกรอง Mini cog ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60
2.ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงด้านการคิดความจำ/เสี่ยงหกล้มได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 4015270 บาท -
ติดตามสรุปผลการดำเนินงาน
ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงด้านการคิดความจำ/เสี่ยงหกล้มได้รับการส่งต่อ
1 กรกฎาคม 2570 ถึง 30 กรกฎาคม 25700.00 บาท
ค่าใช้จ่ายข้างต้นทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและป้องกันการพลัดตกหกล้ม
- ผู้สูงอายุทราบถึงแนวทางในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อมและป้องกันการพลัดตกหกล้ม
- ลดอัตราการพลัดตกหกล้มภาวะสมองเสื่อมและโรคซึมเศร้าของผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีได้ทำกิจกรรมและได้พบปะพูดคุยใกล้ชิดกัน
