โครงการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุขในปีงบประมาณ 2570
หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ให้การรักษาฟรีจริง แต่สำหรับคนทุพพลภาพ อันประกอบด้วย 1) ผู้ป่วย 2) คน พิการ และ 3) ผู้สูงอายุการเดินทางไปสถานพยาบาลตามแพทย์นัดนั้นมีต้นทุนในด้านค่าขนส่งถึง 1,500 - 2,500 ต่อเที่ยว ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถเข้าถึงบริการรถขนส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาลได้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน ปัญหานี้อาจส่งผลให้คนที่มีความจำเป็นต้องไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันเวลาและมีคุณภาพเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเดินทางด้วยรถขนส่งผู้ป่วย จนสุดท้ายต้องนอนทนความเจ็บป่วยอยู่ที่บ้าน หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามอาการจนนำไปสูญการสูญเสียในที่สุด
ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 ฉบับที่ 2 ประกอบกับประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะ รับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข พ.ศ.2567 ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพให้จ่ายสำหรับให้บริการบุคคล 3 ประเภท ดังนี้
1. คนพิการ ได้แก่ บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การดำรงชีวิตหรือการทำกิจกรรมทางสังคม เนื่องจากความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจอารมณ์ พฤติกรรม สติ ปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด และมีความจำเป็นพิเศษที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านใด ด้านหนึ่งเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
2. ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทีมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง หรือมีภาวะทุพพลภาพทางร่างกายหรือจิตใจ และขาดผู้ดแลหรือญาติพี่น้องที่สามารถให้การช่วยเหลือได้
3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเอง ได้แก่ บุคคลทีมีข้อจำกัดทาง ร่างกาย มีปัญหาสุขภาพจิต มีโรคเรือรังทีส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือการเดินทาง หรือบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก หรือ บุคคลที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจ่ายค่าเดินทางไปสถานพยาบาลได้ ขาดผู้ดูแลหรือญาติที่สามารถพาไปรับบริการทางการแพทย์ มีอุปสรรคด้านการสื่อสารที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยตนเอง หรือบุคคลที่ต้องการการดูแล พิเศษระหว่างเดินทาง หรือมีความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการออกนอกบ้านหรือเพื่อการเข้ารับบริการทางการแพทย์
องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ จึงได้จัดโครงการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อ เข้ารับบริการสาธารณสุข ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการรับ-ส่ง ผู้ป่วยเพื่อไปสถานพยาบาลได้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาตามที่แพทย์นัดหมาย สร้างโอกาสให้ได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งจะยังส่งผลไป ยังญาติผู้ดูแล ในการลดภาระค่าใช้จ่าย ให้สามารถกลับไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัวต่อไปได้
หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ให้การรักษาฟรีจริง แต่สำหรับคนทุพพลภาพ อันประกอบด้วย 1) ผู้ป่วย 2) คน พิการ และ 3) ผู้สูงอายุการเดินทางไปสถานพยาบาลตามแพทย์นัดนั้นมีต้นทุนในด้านค่าขนส่งถึง 1,500 - 2,500 ต่อเที่ยว ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถเข้าถึงบริการรถขนส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาลได้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน ปัญหานี้อาจส่งผลให้คนที่มีความจำเป็นต้องไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันเวลาและมีคุณภาพเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเดินทางด้วยรถขนส่งผู้ป่วย จนสุดท้ายต้องนอนทนความเจ็บป่วยอยู่ที่บ้าน หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามอาการจนนำไปสู่การสูญเสียในที่สุด
ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 ฉบับที่ 2 ประกอบกับประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะ รับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข พ.ศ.2567 ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพให้จ่ายสำหรับให้บริการบุคคล 3 ประเภท ดังนี้
1. คนพิการ ได้แก่ บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การดำรงชีวิตหรือการทำกิจกรรมทางสังคม เนื่องจากความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจอารมณ์ พฤติกรรม สติ ปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด และมีความจำเป็นพิเศษที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านใด ด้านหนึ่งเพื่อให้ สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
2. ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทีมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง หรือมีภาวะทุพพลภาพทางร่างกายหรือจิตใจ และขาดผู้ดูแลหรือญาติพี่น้องที่สามารถใหเการช่วยเหลือได้
3. ผู้ที่มีความยากลำบากในการเข้าไปรับบริการสาธารณสุขด้วยตนเอง ได้แก่ บุคคลทีมีข้อจำกัดทางร่างกาย มีปัญหาสุขภาพจิต มีโรคเรือรังทีสูงผลต่อการเคลื่อนไหวหรือการเดินทาง หรือบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก หรือ บุคคลที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจ่ายค่าเดินทางไปสถานพยาบาลได้ ขาดผู้ดูแลหรือญาติที่สามารถพาไปรับบริการทางการแพทย์มีอุปสรรคด้านการสื่อสารที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยตนเอง หรือบุคคลที่ต้องการการดูแล พิเศษระหว่างเดินทาง หรือมีความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการออกนอกบ้านหรือเพื่อการเข้ารับบริการทางการแพทย์
องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ จึงได้จัดโครงการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพเพื่อ เข้ารับบริการสาธารณสุข ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการรับ-ส่ง ผู้ป่วยเพื่อไปสถานพยาบาลได้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาตามที่แพทย์นัดหมาย สร้างโอกาสให้ได้กลับมาใช้
ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งจะยังส่งผลไป ยังญาติผู้ดูแล ในการลดภาระค่าใช้จ่าย ให้สามารถกลับไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ
และดูแลครอบครัวต่อไปได้
-
เพื่อจัดบริการให้ผู้ทุพพลภาพได้เข้าถึงบริการสาธารณสุข
ผู้ทุพพลภาพได้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข อย่างน้อยร้อยละ 80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขึ้นทะเบียนเครือข่าย รถรับ-ส่ง ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และด้านอื่นๆ
1.ประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติและการเบิกจ่ายค่าขนส่งของเครือข่าย รถ รับ-ส่ง 2. ประเมินมาตรฐานรถรับ-ส่ง - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 20 คน x 25 บาท x 1 ครั้ง
= 500.- บาทถึง500 บาท -
ให้บริการรับ-ส่ง ผู้ทุพพลภาพเพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
- ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการพาหนะรับ – ส่ง ผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข
- ค่าใช้จ่ายรายครั้งบริการ (ไปหรือกลับ หรือไปและกลับ) ในอัตราไม่เกิน 350 บาท สำหรับบริการ ภายในเขตตำบลเขาพระ ไปยังโรงพยาบาลในเขตอำเภอรัตภูมิ
- จ่ายเหมาบริการรายวันในอัตราไม่เกิน 2000 บาท ต่อคันต่อวัน สำหรับบริการรับและส่งหน่วยบริการต่างอำเภอดังนี้ 2.1 โรงพยาบาลหาดใหญ่/สถานบริการในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ 1,500 บาท/คัน/วัน 2.2 โรงพยาบาลสงขลา/สถานบริการพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา 2,000 บาท/คัน/วัน 2.3 โรงพยาบาลนาหม่อม 2,000 บาท/คัน/วัน รวมเป็นเงิน 99,500.- บาท
ถึง99500 บาท - ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการพาหนะรับ – ส่ง ผู้ทุพพลภาพเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุข
- ผู้ทุพพลภาพสามารถเข้าถึงการรับบริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
- เกิดเครือข่ายรถ รับ-ส่ง ผู้ทุพพลภาพในชุมชน
