โครงการพัฒนาระบบการจัดการภัยพิบัติชุมชนท้องถิ่น โดยใช้หลักการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community Based Disaster Risk Management: CBDRM) ตำบลพร่อน
สืบเนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างจะมีสถานการณ์ฝนตกหนักและเกิดภาวะน้ำท่วม ในช่วงเดือน กันยายน - มกราคม ของทุกปี ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในหลายพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดตรัง พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ตลอดจนพื้นที่จังหวัดสงขลาบางส่วน รวมถึงอาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสาธารณสุขและโรคระบาดที่มาจากฤดูฝนและน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประสบภัยสามารถเขียนโครงการด้านสุขภาพขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากภัยพิบัติน้ำท่วม ตลอดจนโครงการป้องกันและแก้ปัญหาโรคหรือสุขภาพที่เกิดขึ้นภายหลังจากน้ำลดแล้วจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่หรือกองทุนสุขภาพตำบล ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 ข้อ 10 (5) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติในพื้นที่ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุขได้ตามความจำเป็น เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์
ตำบลพร่อนเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและวาตภัยซ้ำซากอันเนื่องมาจากสภาพ
ภูมิประเทศและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พบว่าในพื้นที่ตำบลพร่อนยังคงเป็นพื้นที่ประสบอุกทกภัยซ้ำซาก โดยเฉพาะหมู่ที่ 3,4,5,6 เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำและน้ำระบายไม่ทัน
หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1,100 ครัวเรือน หรือประมาณ 4,400 คน นอกจากนี้ยังผลกระทบโดยตรงต่อระบบสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทั้งการแพร่ระบาดของโรคที่มากับน้ำ เช่น ไข้หวัด โรคน้ำกัดเท้า การบาดเจ็บจากบาดแผลต่างๆ
การระบาดของโรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก ตลอดจนปัญหาสุขภาพอื่นๆ การขาดแคลนยาของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยฉุกเฉินในกลุ่มเปราะบาง (เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และหญิงตั้งครรภ์) โดยจากข้อมูลจำนวนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลพร่อน ปี 2569 พบว่ามีจำนวน 1,367 คน ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมรับมือและการบริหารจัดการช่วยเหลือที่ดีอาจมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้
การดำเนินงานที่ผ่านมามักเน้นการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งขาดการวางระบบเฝ้าระวังและการเตรียมความพร้อมเชิงรุกอย่างมีส่วนร่วม โครงการนี้จึงประยุกต์ใช้ หลักการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Disaster Risk Management: CBDRM) มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน เพื่อให้คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมวางแผน และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้ง 3 ระยะ (ก่อน เกิด และหลังภัยพิบัติ) ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยบูรณาการร่วมกับโครงการฝึกอบรม
ชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน ภาคีเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนตำบลพร่อน
-
เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และหญิงตั้งครรภ์) เชิงพื้นที่ (GIS) และแผนเผชิญเหตุด้านสุขภาพระดับตำบล (ระยะก่อนภัย)1
-
เพื่อยกระดับสมรรถนะแกนนำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการปฐมพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย และการจัดส่งยาช่วงวิกฤต (ระยะระหว่างภัย)1
-
เพื่อฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เยียวยาสุขภาพจิตชุมชน และสรุปบทเรียนเพื่อปรับปรุงแผนอย่างยั่งยืน (ระยะหลังภัย)1
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง300
-
แกนนำชุมชน, ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น, ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง และอาสาสมัครในพื้นที่ตำบลพร่อน35
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ระยะที่ 1: การเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงก่อนเกิดภัย (Pre-Disaster / Prevention & Preparedness)
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมรับมือ และเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและโรคระบาดที่มาจากน้ำท่วม การจัดทำแผนรับมือ/แผนฟื้นฟู การชี้เป้าและจัดทำแผนช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง การปฐมพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินและการป้องกันโรคที่มาจากน้ำท่วม ให้แก่ แกนนำชุมชน, ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น, ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง และอาสาสมัครในพื้นที่ตำบลพร่อน จำนวน 35 คน
10 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569- สามารถลดอัตราการเจ็บป่วยและเกิดโรคที่มาจากน้ำท่วมในประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
- มีระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคในชุมชน และสามารถให้การดูแลผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในชุมชน กรณีเกิดน้ำท่วมอย่างทันท่วงทีและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือการเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้น
18250 บาท-
ประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินความเปราะบางและศักยภาพชุมชน (vulnerability and capacity assessment: VCA) ด้านสุขภาพ ด้วยเครื่องมือภัยพิบัติชุมชน 9 ชิ้น
(ดำเนินการภายใต้โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน)
0 บาท -
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนรับมือ/แผนฟื้นฟู การชี้เป้าและจัดทำแผนช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง การปฐมพยาบาลและป้องกันโรคที่มาจากน้ำท่วม
- ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย (4 ชม. x 600 บาท ) เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยายและฝึกปฏิบัติ (2 คน x 3 ชม. x 600 บาท) เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม (35 คน x 250 บาท x 1 มื้อ) เป็นเงิน 8,750 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม (35 คน x 50 บาท x 2 มื้อ) เป็นเงิน 3,500 บาท
18250 บาท -
สำรวจข้อมูลด้วยเครื่องมือภัยพิบัติชุมชน 9 ชิ้น และจัดทำระบบแผนที่ดิจิทัล/พิกัดบ้านกลุ่มเปราะบาง (health risk mapping) ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และหญิงตั้งครรภ์
แกนนำชุมชนสำรวจข้อมูลด้วยเครื่องมือภัยพิบัติชุมชน 9 ชิ้น และจัดทำระบบแผนที่ดิจิทัล/พิกัดบ้านกลุ่มเปราะบาง (health risk mapping) ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และหญิงตั้งครรภ์ (ดำเนินการภายใต้โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน)
0 บาท -
ฝึกปฏิบัติหลักความปลอดภัยทางน้ำ การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ประสบภัยทางน้ำ และซ้อมแผนจำลองสถานการณ์
(ดำเนินการภายใต้โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน)
0 บาท
-
ระยะที่ 2: การรับมือและเผชิญเหตุระหว่างเกิดภัย (During Disaster / Disaster Response)1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 256939000 บาท
-
จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานภัยพิบัติชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล (community disaster coordination center) เพื่อติดตามและประสานงานความช่วยเหลือ
จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานภัยพิบัติชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล (community disaster coordination center) เพื่อติดตามและประสานงานความช่วยเหลือ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพร่อนเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ (ดำเนินการภายใต้โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน)
0 บาท -
จัดทีมเฝ้าระวังโรคติดต่อ กระจายเวชภัณฑ์ป้องกันโรค และจัดส่งยาต่อเนื่องให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังถึงจุดอพยพหรือบ้านเรือน
- ค่าชุดกระเป๋าเวชภัณฑ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินและอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำจุดอพยพชุมชน จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าจัดซื้อชุดยาสามัญสำหรับผู้ประสบภัย (300 ชุด x 120 บาท) 36,000 บาท
39000 บาท -
สนับสนุนระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน
จัดทีมกู้ชีพคอยช่วยเหลือประชาชนกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน และประสานส่งต่อผ่านบริการการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดยะลา
บาท
-
-
ระยะที่ 3: การฟื้นฟูและสร้างใหม่หลังเกิดภัย (Post-Disaster / Recovery & Rehabilitation)
แกนนำชุมชน, ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น, ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง และอาสาสมัครในพื้นที่ตำบลพร่อน ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ชุมชน กำจัดขยะมูลฝอยและปรับปรุงระบบสุขาภิบาลในชุมชน และจัดเวทีถอดบทเรียน
1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25698500 บาท-
จัดกิจกรรมปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม (big cleaning day) ควบคุมแหล่งสะสมเชื้อโรค ปรับปรุงคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค และกำจัดพาหะนำโรค
แกนนำชุมชน, ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น, ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง และอาสาสมัครในพื้นที่ตำบลพร่อน ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่ชุมชน กำจัดขยะมูลฝอยและปรับปรุงระบบสุขาภิบาลในชุมชนจัดกิจกรรมปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม (big cleaning day) ควบคุมแหล่งสะสม เชื้อโรค และกำจัดพาหะนำโรค ทั้ง 6 หมู่บ้าน เป็นเงิน 8,500 บาท - ค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดชุมชน เป็นเงิน 5,000 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม (100 คน x 35 บาท x 1 มื้อ) เป็นเงิน 3,500 บาท
8500 บาท -
เวทีถอดบทเรียน (after action review: AAR) เพื่อปรับปรุงแผนจัดการภัยพิบัติประจำตำบลพร่อน
(ดำเนินการภายใต้โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อน)
0 บาท
-
- ตำบลพร่อน มีฐานข้อมูลพิกัดกลุ่มเปราะบางและแผนที่ความเสี่ยงสุขภาพ (health risk map) ที่เป็นปัจจุบัน 100%
- แกนนำชุมชน จำนวน 30 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการปฐมพยาบาล การอพยพ และการดูแลสุขภาพช่วงวิกฤต
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับการดูแลยาอย่างต่อเนื่อง และไม่มีการระบาดของโรคติดต่อสำคัญหลังน้ำลดในพื้นที่
