โครงการ SAVE LIFE, SAFE DRIVE “ผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ขับขี่ปลอดภัย ลดภัยอุบัติเหตุทางถนน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
-
นางจิราภรณ์ เอี้ยวเหล็ก
-
น.ส.กฤษณา ละอองสุวรรณ
-
น.ส.จันทร์จิรา ดาเระหมีน
-
น.ส.อรวรรณ พานพันธ์
-
น.ส.กนกพร สิทธิภาสกุล
ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังคงใช้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในการเดินทางและดำเนินชีวิตประจำวัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยอาจส่งผลต่อความสามารถในการขับขี่ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการมีโรคประจำตัวหรือการใช้ยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่า ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี พ.ศ. 2558 มีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 2,834 ราย และเพิ่มขึ้นเป็น 4,307 รายในปี พ.ศ. 2567 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.8 โดยมากกว่าร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่เอง และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตมากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ
ในปี พ.ศ. 2568 จังหวัดสตูลมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 49 ราย ข้อมูลจากกรมป้องกันการบาดเจ็บทางถนน กรมควบคุมโรค ณ วันที่ 12 ต.ค.ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดสตูลมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวน 27 ราย โดยเป็นผู้สูงอายุ จำนวน .... ราย คิดเป็นร้อยละ ....
และในเขตเทศบาลเมืองสตูลพบผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุและต้องเข้าสู่ระบบฟื้นฟูสมรรถภาพ จำนวน ..3.. ราย
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การป้องกันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรเท่านั้น แต่ควรดำเนินการควบคู่กับการประเมินความพร้อมทางด้านสุขภาพและสมรรถภาพของผู้สูงอายุก่อนการขับขี่ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สำหรับพื้นที่เทศบาลเมืองสตูล จากข้อมูลของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง พบผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นผู้สูงอายุและมีประวัติเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ จำนวน 3 ราย ซึ่งผลกระทบจากอุบัติเหตุไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะพิการ การพึ่งพิง การสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนภาระในการดูแลของครอบครัวและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคมในระยะยาว
ดังนั้น การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มผู้สูงอายุจึงควรให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเชิงป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยใช้ข้อมูลและสถิติเป็นฐานในการกำหนดปัญหา ควบคู่กับการค้นหาปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ตลอดจนการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
ชมรมผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ 3 ชุมชนและเครือข่าย ร่วมกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสตูล จึงได้จัดทำโครงการ SAVE LIFE, SAFE DRIVE “ผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ขับขี่ปลอดภัย ลดภัยอุบัติเหตุทางถนน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ได้รับการประเมินความพร้อมด้านสุขภาพ มีความรู้และทักษะในการขับขี่อย่างปลอดภัย สามารถตระหนักถึงข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงของตนเอง และนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ความพิการ และการสูญเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน
ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังคงใช้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในการเดินทางและดำเนินชีวิตประจำวัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยอาจส่งผลต่อความสามารถในการขับขี่ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการมีโรคประจำตัวหรือการใช้ยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่า ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี พ.ศ. 2558 มีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 2,834 ราย และเพิ่มขึ้นเป็น 4,307 รายในปี พ.ศ. 2567 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.8 โดยมากกว่าร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่เอง และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตมากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ
ในปี พ.ศ. ..2569.. จังหวัดสตูลมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน .... ราย โดยเป็นผู้สูงอายุ จำนวน .... ราย คิดเป็นร้อยละ ....
และในเขตเทศบาลเมืองสตูลพบผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุและต้องเข้าสู่ระบบฟื้นฟูสมรรถภาพ จำนวน ..3.. ราย
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การป้องกันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรเท่านั้น แต่ควรดำเนินการควบคู่กับการประเมินความพร้อมทางด้านสุขภาพและสมรรถภาพของผู้สูงอายุก่อนการขับขี่ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สำหรับพื้นที่เทศบาลเมืองสตูล จากข้อมูลของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง พบผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นผู้สูงอายุและมีประวัติเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ จำนวน 3 ราย ซึ่งผลกระทบจากอุบัติเหตุไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะพิการ การพึ่งพิง การสูญเสียความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนภาระในการดูแลของครอบครัวและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคมในระยะยาว
ดังนั้น การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มผู้สูงอายุจึงควรให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเชิงป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยใช้ข้อมูลและสถิติเป็นฐานในการกำหนดปัญหา ควบคู่กับการค้นหาปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ตลอดจนการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
ชมรมผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ 3 ชุมชนและเครือข่าย ร่วมกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสตูล จึงได้จัดทำโครงการ SAVE LIFE, SAFE DRIVE “ผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ขับขี่ปลอดภัย ลดภัยอุบัติเหตุทางถนน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ได้รับการประเมินความพร้อมด้านสุขภาพ มีความรู้และทักษะในการขับขี่อย่างปลอดภัย สามารถตระหนักถึงข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงของตนเอง และนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ความพิการ และการสูญเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร เครื่องหมายจราจร และการปฏิบัติตนตามกฎหมาย
-
เพื่อคัดกรองและประเมินความพร้อมด้านสุขภาพและสมรรถภาพที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ของผู้สูงอายุ ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การทรงตัว และสมรรถภาพกล้ามเนื้อ รวมถึงประเมินปัจจัยด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับทราบปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดด้านสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
-
เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย การหลีกเลี่ยงการขับขี่ในเวลากลางคืน เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย หรือการเดินทางระยะไกลเมื่อมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ
-
เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน การบาดเจ็บ ความพิการ และการเสียชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน
-
ผู้สูงอายุ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ 3 ชุมชนและเครือข่าย ที่ยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในชีวิตประจำวัน50
-
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือแกนนำผู้สูงอายุ จำนวนตามความเหมาะสม เพื่อเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในชุมชน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 การสำรวจข้อมูลและประเมินความเสี่ยงถึงบาท
-
สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุในกลุ่มเป้าหมายที่ยังคงขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์บาท
-
เก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ความถี่ในการขับขี่ ระยะทาง ช่วงเวลาที่ขับขี่ การสวมหมวกนิรภัย และการขับขี่ในเวลากลางคืนบาท
-
ประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการขับขี่บาท
-
นำข้อมูลที่ได้มาใช้เป็นฐานในการวางแผนกิจกรรมป้องกันอุบัติเหตุบาท
-
-
กิจกรรมที่ 2 การตรวจคัดกรองและประเมินความพร้อมก่อนขับขี่ ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ดำเนินการคัดกรองและประเมินสุขภาพถึงบาท
-
การตรวจคัดกรองการมองเห็นและความคมชัดของสายตาบาท
-
การประเมินการได้ยินบาท
-
การประเมินการทรงตัวและการเคลื่อนไหวบาท
-
การประเมินความแข็งแรงและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อบาท
-
การประเมินโรคประจำตัวหรือปัจจัยด้านสุขภาพที่อาจมีผลต่อการขับขี่บาท
-
ให้คำแนะนำรายบุคคลตามผลการประเมิน ในกรณีพบความผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยง ให้คำแนะนำและส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพตามความเหมาะสมบาท
-
-
กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะ “SAFE DRIVE” จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ โดยเชิญวิทยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจภูธร สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือหน่วยงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในประเด็นถึง0 บาท
-
กฎหมายและวินัยจราจรที่ผู้สูงอายุควรรู้บาท
-
เครื่องหมายและสัญญาณจราจรที่สำคัญบาท
-
พฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงบาท
-
การสวมหมวกนิรภัยและการใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกต้องบาท
-
การประเมินตนเองก่อนขับขี่บาท
-
การขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายบาท
-
การหลีกเลี่ยงการขับขี่เมื่อมีอาการเจ็บป่วย อ่อนเพลีย หรือมีอาการที่อาจส่งผลต่อการควบคุมรถบาท
-
การหลีกเลี่ยงการขับขี่ในเวลากลางคืน เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย หรือการเดินทางระยะไกลเมื่อมีความเสี่ยงบาท
-
การปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนบาท
-
-
กิจกรรมที่ 4 รณรงค์ “ผู้สูงวัยขับขี่ปลอดภัย”ถึงบาท
-
รณรงค์ให้ผู้สูงอายุสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์บาท
-
ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์เพิ่มการมองเห็นและความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์สะท้อนแสง ตามความเหมาะสมบาท
-
จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/แผ่นพับ/สื่อความรู้สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวบาท
-
ส่งเสริมให้ครอบครัวและ อสม. มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังผู้สูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบาท
-
-
กิจกรรมที่ 5 ติดตามและประเมินผลถึงบาท
-
ประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรมบาท
-
สรุปผลการคัดกรองสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของผู้สูงอายุบาท
-
ติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของกลุ่มเป้าหมายหลังเข้าร่วมโครงการบาท
-
รวบรวมข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนป้องกันในปีต่อไปบาท
-
จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสตูลบาท
-
- ผู้สูงอายุมีความรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยมากขึ้น
- ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความพร้อมด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ และทราบปัจจัยเสี่ยงหรือข้อจำกัดของตนเอง
- ผู้สูงอายุสามารถปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและลดพฤติกรรมเสี่ยง
- ครอบครัว อสม. และแกนนำผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุทางถนน
- เกิดฐานข้อมูลปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการวางแผนป้องกันอุบัติเหตุในชุมชน
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ความพิการ และการสูญเสียชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน
