โครงการเยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจในยุคดิจิทัล โรงเรียนดรุณวิทยา
-
นายสุรศักดิ์ อะหวัง
-
นางสาวอัสมาย์ อนันตปติพงศ์
-
นายนาดี้ โอะโร
-
นางกอมารีย์ สมาน
-
นางสาวแอนนา ทองเกตุ
ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชน ทั้งด้านการศึกษา การติดต่อสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง อย่างไรก็ตาม การใช้สื่อออนไลน์โดยขาดความรู้เท่าทันและทักษะในการป้องกันตนเอง อาจทำให้เด็กและเยาวชนเผชิญกับความเสี่ยงหลายรูปแบบ เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การคุกคามทางออนไลน์ และการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความสัมพันธ์ทางสังคม ตลอดจนสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของนักเรียน นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นวัยที่กำลังพัฒนาความคิด การตัดสินใจ และการสร้างอัตลักษณ์ของตนเอง จึงควรได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้และทักษะในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย รู้จักประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รับมือกับสถานการณ์เสี่ยง และตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำบนโลกออนไลน์ที่มีต่อตนเองและผู้อื่น ควบคู่กับการเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ ความเครียด และการขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต โรงเรียนดรุณวิทยาจึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยจัดทำโครงการเยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ สร้างภูมิคุ้มกันทางใจในยุคดิจิทัล เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จำลอง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ และมีทักษะในการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ รูปแบบการหลอกลวง และแนวทางป้องกันตนเองจากความเสี่ยงในโลกดิจิทัล
นักเรียนร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ รูปแบบการหลอกลวง และแนวทางป้องกันตนเองจากความเสี่ยงในโลกดิจิทัล
-
นักเรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงบนโลกออนไลน์
นักเรียนร้อยละ 80 มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลและตัดสินใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงบนโลกออนไลน์
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพจิต การจัดการอารมณ์และความเครียด รวมถึงการรับมือกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์อย่างเหมาะสม
นักเรียนร้อยละ 80 มีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพจิต การจัดการอารมณ์และความเครียด รวมถึงการรับมือกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์อย่างเหมาะสม
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักขอความช่วยเหลือจากครู ผู้ปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อประสบปัญหาภัยออนไลน์หรือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต
นักเรียนร้อยละ 80 รู้จักขอความช่วยเหลือ จาก ครู ผู้ปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อประสบปัญหาภัยออนไอน์หรือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต
-
นักเรียนโรงเรียนดรุณวิทยา50
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจง การจัดทำโครงการฯ อธิบายโครงการ ให้กับคณะครูและบุคลากร ทราบ
ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ 24*30 =720 บาท
2 พฤศจิกายน 2569 ถึง 2 พฤศจิกายน 2569คณะครูและบุคลากรทุกท่าน รับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการฯ
720 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์และการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์
ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ มื้อล่ะ 30 บาท =3600 บาท ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ มื้อล่ะ 60 บาท = 3600 บาท ค่าวิทยากร 6 ชม. ชั่วโมงล่ะ 600 บาท = 3600 บาท ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1*2 เมตร =450 บาท ค่าวัสดุสำนักงานและอุปกรณ์กิจกรรม เหมาจ่ายตามรายการที่จำเป็น 1000 บาท
2 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 60 คน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ และสามารถป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์
12250 บาท -
จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ รณรงค์เกี่ยวกับภัยออนไลน์ ความปลอดภัยทางดิจิทัล
จัดทำป้ายไวนิลเพื่อประสัมพันธ์ภายในสถานศึกษาจำนวน 3 ป้าย ขนาด 1 ูณ 2 เมตร ราคา 450 บาทรวม
2 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570นักเรียนโรงเรียนดรุณวิทยาได้รับรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์
1350 บาท
-
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้
- นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์และสามารถนำแนวทางป้องกันตนเองไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
- นักเรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงบนโลกออนไลน์
- นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ต่อสุขภาพจิต และรู้จักแนวทางจัดการอารมณ์และความเครียดอย่างเหมาะสม
- นักเรียนรู้จักช่องทางการขอความช่วยเหลือจากครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อประสบปัญหา
- โรงเรียนมีแนวทางส่งเสริมความปลอดภัยทางดิจิทัลและการดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนที่สามารถนำไปต่อยอดในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้
