โครงการลดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน หมู่ที่ 6 บ้านปลักมาลัย ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล
-
นางสมจิตร์ เมืองจันทร์
-
นางสุนิสา ลาเต๊ะ
-
นางร๊อมล๊ะ หมีนสัน
โรคเรื้อรัง คือ โรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่โรคเรื้อรังเหล่านี้เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งพัฒนาการของโรคจะดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ค่อย ๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีอาการของโรคเกิดขึ้นแล้ว ก็มักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย โรคที่ถูกจัดว่าเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรคเหล่านี้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงถือว่าเป็นภัยเงียบผลกระทบของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนส่งผลให้ทุพพลภาพและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โรคนี้เกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ที่สำคัญอย่างเช่น โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาททั่วร่างกาย โดยแบ่งเป็นภาวะฉับพลัน เช่น น้ำตาลต่ำ/สูงมากจนหมดสติ และเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง, ไตวาย, ตาบอด,เบาหวานขึ้นตาจอประสาทตาเสื่อมจากการที่หลอดเลือดเล็กๆ ในตาเสียหาย ทำให้ตามัวลงเรื่อยๆ และอาจตาบอดได้, ชาปลายมือปลายเท้า, แผลเบาหวานลงเท้าที่อาจต้องตัดเท้า, และสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษา ส่งผลเสียร้ายแรงต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญ โดยภาวะแทรกซ้อนหลักคือ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต), โรคหัวใจ (หัวใจโต, หัวใจวาย), โรคไตวายเรื้อรัง, และ ตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้นโรคเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่ารักษาพยาบาล โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งประเทศไทยคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละปี โรคหลอดเลือดสมองเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ เพศ และปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น การเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าและเป็นภาวะวิกฤตของแต่ละบุคคล หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและเหมาะสมอาจเกิดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่สำคัญ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นรายโรค และพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิงคือ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 28 ในเพศหญิง และร้อยละ 10.6 ในเพศชาย ส่วนผู้รอดชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดความพิการหลงเหลือตามมามากที่สุด
จากข้อมูลโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านตูแตหรำ มีประชากรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในชุมชน 1,115 ราย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานเรื้อรัง 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.9 เพศชายราย 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.8 เพศหญิง 24 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.1 มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 54 ราย เพศชาย 21 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.8 เพศหญิง 33 รายคิดเป็นร้อยละ 2.9 มีผู้ป่วยที่เป็นทั้งเบาหวานความดันจำนวน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.1 จากประชากรทั้งหมด จากจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในพื้นที่ มีผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค ได้แก่ 1. โรคหลอดสมองมีผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะแทรกซ้อน จำนวน 3 ราย 2. โรคไต มีผู้ความดันโลหิตสูง 1 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 1 ราย 3. โรคมะเร็งเต้านม จำนวน 4 ราย มีผู้ป่วยมีโรคเบาหวาน 1 ราย ความดันโลหิตสูง 1 ราย ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่ป้องกันได้ แต่ปัจจุบันพบว่าประชาชนมีปัจจัยเสี่ยง ทั้งปัจจัยพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากวิถีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง การบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้แนวโน้มของการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุข การที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลัน โดยเฉพาะภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่สำคัญและเป็นอันตราย ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยลดลง เกิดความสูญเสียทั้งที่เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทาง อาสาสมัครสาธาณสุขประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านตูแตหรำได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ในพื้นที่ได้รับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และเพื่อลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานความดัน เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงอันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลกกำแพง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสมซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำไปสู่สุขภาพดี ไม่เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรควิถีชีวิต และและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ร้อยละ 90 ผู้ป่วยเบาหวานมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ร้อยละ 90 ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 80
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงลดลงร้อยละ 80
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดตั้งคณะทำงาน
ประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงและติตามประเมินผลการดำเนินงาน จำนวน 3 ครั้ง รายละเอียดกิจกรรม
ประชุมครั้งที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดการทำงานภาระงานที่ได้รับมอบหมาย
ประชุมครั้งที่ 2 รายงานผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 1 สรุปกิจกรรมที่ดำเนินการแล้วและยังไม่ดำเนินการ สอบถามข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขในการปฏิบัติงานครั้งต่อไป
ประชุมครั้งที่ 3 สรุปกิจกรรมโครงการทั้งหมด
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 14 คน
คณะทำงาน จำนวน 12 คน
ที่ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อปท. จำนวน 2 คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 14 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 1 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,470 บาท
ค่าตอบแทนในการประชุมสำหรับคณะทำงาน จำนวน 14 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 200 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท
รวมเป็นเงิน 9,870 บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 25709870 บาท -
ประเมินภาวะสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
รายละเอียดกิจกรรม
1 ตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้น จำนวน 3 ครั้ง ประเมินโดยคณะทำงาน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ดำเนินโครงการ เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต วัดค่าน้ำตาลในเลือด ตรวจร่างกายทั่วไป ประเมินสุขภาพเบื้องต้น เป็นต้น
2 ติดตามประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยคณะทำงาน จำนวน 3 ครั้ง ประเมินโดยใช้แบบประเมินภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานความดัน แบบฟอร์มจากกระทรวงสาธารณสุข ลงบันทึกติดตามกลุ่มเป้าหมาย
เป้าหมาย
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน งบประมาณ
ค่าตอบแทนคณะทำงาน จำนวน 12 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 120 บาท เป็นเงิน 4,320 บาท
ค่าเครื่องวัดความดัน คุณสมบัติ วัดความดันโลหิตและชีพจรที่ข้อมือ, ตรวจจับอัตราการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ, แถบผ้าพันข้อมือ ขนาดไม่น้อยกว่า 14 ซม. , ค่าความคลาดเคลื่อนความดันโลหิต บน/ล่าง : 3 mmHg, สัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ จำนวน 1 เครื่องๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
ถึง6320 บาท
กลุ่มผู้ป่วยเกิดความตระหนักในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเรื้อรังลดลง
