โครงการชมรม TO BE NUMBER ONE ออกกำลังกายต้านภัยยาเสพติดชุมชนคนบ้านสวน ปี 2570
-
นางโสภา นภานิวัติกุล
-
นางสาวลักษิกา เที่ยงธรรม
-
นายสุรศักดิ์ โอภิธากรณ์
-
นางสังข์เวียน ยูงทอง
-
เด็กชายวสวัตติ์ เลื่อนราม
-
ร.ต.อ.คณิต สังข์ทอง
-
จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน9
-
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน9
-
ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน9
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด20
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด9
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด10
ปัจจุบัน ปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนในชุมชน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ มักเริ่มจากการที่กลุ่มเสี่ยงใช้เวลาว่างโดยขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ และขาดการดูแลเอาใจใส่ด้านสุขภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันทางกายและทางใจ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการลดปัญหาดังกล่าว และสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินชีวิต ในขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบัน ได้คุกคามเด็ก เยาวชน และประชาชน ซึ่งเป็นอนาคตและกำลังสำคัญของชาติ การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการป้องกันเชิงรุก โดยการดึงกลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงบวก การเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายให้สมบูรณ์และห่างไกลโรคภัยเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังคุณธรรมและวินัย เช่น รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และรู้จักเคารพกฎกติกา อันเป็นทักษะชีวิตที่จะช่วยให้เยาวชนรู้จักปฏิเสธสิ่งเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี จากเหตุผลดังกล่าว ชมรม TO BE NUMBER ONE ม.6 บ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง จึงได้จัด โครงการชมรม TO BE NUMBER ONE ออกกำลังกายต้านภัยยาเสพติดชุมชนคนบ้านสวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ขึ้น เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาศักยภาพด้านกีฬา และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในการร่วมกันต่อต้านยาเสพติดอย่างยั่งยืน
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด20
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด9
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
-
เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด9
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
-
เพื่อลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน8
จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน10
จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน10
ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด และป้องกันเกี่ยวกับยาเสพติดได้
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน20
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง10
กลุ่มที่เป็นสมาชิกชมรม และเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจการกีฬา
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์โครงการ
ประชาสัมพันธ์ และรับสมัครสมาชิกชมรมเพิ่ม ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น วันประชุมหมู่บ้าน , หอกระจายข่าว , กลุ่มไลน์ของชมรม, กลุ่มไลน์ของหมู่บ้าน เริ่มเดือน พฤศจิกายน 2569 - กันยายน 2570
1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25701.คนในชุมชน รับทราบกิจกรรมของชมรม ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ที่ประชุมหมู่บ้าน , หอกระจายข่าว , กลุ่มไลน์ของชมรม, กลุ่มไลน์ข่าวสารหมู่บ้าน เริ่มเดือน 1 พฤศจิกายน 2569 - 30 กันยายน 2570
2.การรับสมัครสมาชิกชมรมเพิ่ม รับได้ตลอดทั้งปี แบบฟอร์มรับสมัคร ณ ที่ทำการชมรม
3.มีผู้เข้าร่วมชมรม และสมัครสมาชิกชมรมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 (สมาชิกชมรมเดิม มีจำนวน 75 คน)0 บาท-
ทดสอบความรู้ก่อนเริ่มกิจกรรมอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ โดยทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติด
ทดสอบความรู้เรื่องยาเสพติดประเภทต่างๆเช่น ยาบ้า กัญชา น้ำกระท่อม ยาสูบ บุหรี่เเละบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ทุกชนิด/โทษยาเสพติด กฎหมายการค้ายาเสพติดต่างๆ - ชุดเเบบทดสอบความรู้ยาเสพติด/โทษ จำนวน 30 ชุดๆละ 2 บาท(2 หน้า) เป็นเงิน 60 บาท
เยาวชนและประชาชนทำแบบชุดทดสอบความรู้ยาเสพติด/โทษของยาเสพติด ก่อนเริ่มกิจกรรม
60 บาท
-
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด
1.อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติดประเภทต่างๆเช่น ยาบ้า กัญชา น้ำกระท่อม ยาสูบ บุหรี่เเละบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ทุกชนิด ฯลฯ แก่คณะกรรมการชมรม,แกนนำสมาชิกชมรม,ตัวแทนเยาวชนและประชาชน โดยวิทยากรงานยาเสพติด ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนx 3 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท เป้าหมายผู้เข้ารับการอบรมที่เป็นแกนนำ จำนวน 30 คน
2.ค่าจ้างทำป้ายไวนิล ขนาด 2.8 x 1.2 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท 3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรมและวิทยากร พร้อมผู้จัด จำนวน 35 คน x 1 มื้อๆละ 30 บาท
เป็นเงิน 1,050 บาท 4.ค่าเอกสารให้ความรู้เรื่องยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอออล์ จำนวน 30 ชุดๆละ 9 บาท(9 หน้า) เป็นเงิน 270 บาท30 พฤศจิกายน 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้โทษของยาเสพติด และรู้หลักการป้องกันยาเสพติด
3620 บาท-
ทดสอบความรู้หลังกิจกรรมอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ โดยทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติด
ทดสอบความรู้เรื่องยาเสพติดประเภทต่างๆเช่น ยาบ้า กัญชา น้ำกระท่อม ยาสูบ บุหรี่เเละบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ทุกชนิด/โทษยาเสพติด กฎหมายการค้ายาเสพติดต่างๆ - ชุดเเบบทดสอบความรู้ยาเสพติด/โทษ จำนวน 30 ชุดๆละ 2 บาท(2 หน้า) เป็นเงิน 60 บาท
เยาวชนและประชาชนที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้เรื่องยาเสพติดประเภทต่างๆ และรู้แนวทางการป้องกันการเสพยาเสพติดได้
60 บาท
-
-
กิจกรรมการกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
1.ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการเล่นกีฬาเปตอง ทุกวัน เวลา 16.00 น.- 18.00 น. เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เยาวชนไม่ไปมั่วสุมกับสิ่งเสพติด ซึ่งการเล่นกีฬาเปตอง เล่นได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี 2. ค่าใช้จ่าย 2.1.น้ำดื่มในวันทำกิจกรรมเล่นกีฬาเปตองตลอดโครงการ เหมาจ่ายเดือนละ 1,200 บาท x 11 เดือน เป็นเงิน 13,200 บาท ลูกเปตอง มีของเดิมอยู่ สามารถใช้ได้ (ไม่ต้องจัดซื้อใหม่)
2.2 ค่าตอบแทนผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นเปตอง จำนวน 1 คน x 5 วันๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 2.3 จัดซื้ออุปกรณ์ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาเปตอง - กรวยสีส้ม ขนาด 18 ซม.จำนวน 12 อันๆละ 100 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท - กรวยวงกลม ขนาดเล็ก จำนวน 12 ชิ้นๆละ 80 บาท เป็นเงิน 960 บาท - วงกลมยืน ขนาด 50 ซม.จำนวน 12 วงๆละ 250 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท - ลูกแก่น จำนวน 24 ลูกๆละ 20 บาท เป็นเงิน 480 บาท - ป้ายคะแนน 4 อันๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท - จ้างเหมาจัดทำชุดฝึกซ้อมเปตอง เป็นเงิน1,500บาท1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569ผลผลิต เยาวชนและประชาชน ที่เป็นสมาชิกชมรมและผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกชมรม เล่นกีฬาเปตอง หลังเลิกเรียน/เลิกงานประจำ ทุกวัน เวลา 17.30 น.- 19.30 น. ผลลัพท์ เยาวชนซ้อมเปตอง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ไปมั่วสุมกับสิ่งเสพติด มีทีมเปตองเยาวชนของสมาชิก TO BE NUMBER ONE สามารถเข้าแข่งขันกีฬาเปตองได้อย่างเต็มความสามารถ
24340 บาท -
กิจกรรมร่วมรณรงค์ต้านยาเสพติดโดยใช้กีฬาเปตองของชมรม TO BE NUMBER ONE ม.6 บ้านสวน ต.มะกอกเหนือ
คณะกรรมการชมรมฯ นำสมาชิกชมรมร่วมรณรงค์ต้านยาเสพติดกิจกรรมกีฬาเปตองทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ โดยเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ฯประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
ค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและเครื่องดื่มเหมาจ่ายครั้งละ 1,200 บาท x 10 ครั้ง เป็นเงิน 12,000 บาท1 ธันวาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570ผลผลิต - การเตรียมความพร้อมในการร่วมรณรงค์ต้านยาเสพติดกิจกรรมกีฬาเปตอง ของชมรม TO BE NUMBER ONE เยาวชนมีความพร้อมในการร่วมกิจกรรม ผลลัพท์ 1. มีเยาวชนและประชาชน เข้าร่วมรณรงค์ต้านยาเสพติดกิจกรรมกีฬาเปตองด้วยความตั้งใจและมั่นใจ 2. ชมรม TO BE NUMBER ONE ม.6 บ้านสวน ต.มะกอกเหนือ มีความพร้อมในการสนับสนุนให้สมาชิกชมรมฯ รณรงค์ต้านยาเสพติดกิจกรรมกีฬาเปตอง
3. สมาชิกชมรมเกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย12000 บาท -
กิจกรรมค้นหาต้นเเบบต้านยาเสพติด/คืนข้อมูล
-ค้นหาบุคคลต้นเเบบเป็นตัวอย่างต้านยาเสพติดเพื่อเป็นเครือข่ายของคนบ้านสวนในการทำกิจกรรมกีฬาเปตองหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นที่ปรึกษาในการทำกิจกรรมทางกายต่างๆ -สรุปโครงการพร้อมคณะทำงานเพื่อคืนข้อมูลให้กองทุนฯ
29 กันยายน 2570 ถึง 30 กันยายน 2570ได้บุคคลต้นเเบบในการต้านยาเสพติดในชุมชน ได้ผลการดำเนินโครงการคืนกองทุนฯ
0 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
1.สมาชิกชมรมตระหนักถึงโทษของอบายมุขและยาเสพติดทุกประเภทและสามารถป้องกันตนเองได้
2.สมาชิกชมรมได้แสดงออกตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ
3.สมาชิกชมรมมีภาวะผู้นำ สามารถแก้ปัญหา คิดริเริ่ม และสร้างสรรค์การนำเสนอผลงานของชมรมด้วยความภาคภูมิใจ
4.มีการสร้างเครือข่ายชมรม TO BE NUMBER ONE
5.มีบุคคลต้นเเบบต้านยาเสพติดชุมชนบ้านสวน
