โครงการอบรมหัวใจแข็งแรง มือโปรช่วยชีวิต(CPR&AED Workshop) รพสต.ตะโละกาโปร์ประจำปี 2570
-
นางแวแอเสาะห์ เจ๊ะหมัด
-
50
1.เพิ่มทักษะการช่วยชีวิตในทุกสถานการณ์
หลักการและเหตุผล ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) และอุบัติเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นวิกฤตการณ์ทางการแพทย์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และกับบุคคลทุกเพศทุกวัย โดยผู้ป่วยมักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากผู้ป่วยไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีภายใน 4 นาทีแรก โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างรวดเร็ว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายต่อสมองอย่างถาวรหรือเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากสถิติสุขภาพพบว่า อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยในภาวะวิกฤตเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ ห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต (Chain of Survival) ในขั้นตอนแรก ซึ่งพึ่งพาความสามารถของประชาชนหรือบุคคลใกล้ชิดในพื้นที่เกิดเหตุก่อนที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึง ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลตพโละกาโปร์ (อสม.) ซึ่งเป็นแกนนำสุขภาพด่านหน้าในชุมชน และตัวแทนครูในโรงเรียนทั้ง5 แห่งในตำบลตะโละกาโปร์ (บุคลากรทางการศึกษา) ซึ่งดูแลกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กนักเรียนและบุคลากรจำนวนมากในสถานศึกษา จึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง หากบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้มีความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการทำปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) รวมถึงการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) อย่างถูกต้อง จะสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บในชุมชนและโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุนี้ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะโละกาโปร์จึงได้จัดทำ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ อสม. และคุณครูหัวใจเพชร: พิทักษ์ชีวิตด้วย CPR & AED ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่ อสม. และครู ให้มีความรู้ ทักษะ และความพร้อมในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดขยายผลต่อให้กับคนในชุมชนและนักเรียน เพื่อสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
-
ข้อที่ 1 ด้านความรู้: ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถอธิบายขั้นตอนห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต (Chain of Survival) และการแจ้งประสานงาน 1669 ได้อย่างถูกต้อง15
-
ข้อที่ 2 ด้านทักษะปฏิบัติ: ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถปฏิบัติการกดหน้าอก (Hands-only CPR) ได้ถูกต้องตามอัตราเร็วและความลึกมาตรฐาน (100-120 ครั้ง/นาที, ลึก 5-6 ซม.) รวมถึงสาธิตการใช้เครื่อง AED และการช่วยเหลือเมื่อสำลัก (Choking) ได้อย่างถูกต้อง15
-
ข้อที่ 3 ด้านเจตคติ: ผู้เข้าร่วมอบรมมีความมั่นใจและความพร้อมในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบ20
-
อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตะโละกาโปร์69
-
ตัวแทนครูโรงเรียนทั้ง5 แห่งในตำบลตะโละกาโปร์50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.1 อบรมให้ความรู้ทฤษฎีห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต และมาตรฐาน CPR ล่าสุดและหลักการทำงานและข้อควรระวังในการใช้เครื่อง AEDพร้อมวิทยากรสาธิตขั้นตอนการช่วยเหลือครบวงจร จำนวน 2 รุ่น ในกลุ่มเป้าหมายอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตะโละกาโปร์ จำนวน 69 คน และตัวแทนครูโรงเรียนทั้ง5แห่งในตำบลตะโละกาโปร์ จำนวน 50 คน
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมโครงการ จํานวน 119 คน x 60 บาทx 1 มื้อ เป็นเงิน 7,140บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จํานวน 119 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 7,140 บาท
- ค่าวิทยากร (2 รุ่น) รุ่นละ 10 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2570- มีผู้เข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 80% ของเป้าหมาย
- ผู้เข้าร่วมอบรมผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่า 95% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด
- คะแนนทดสอบหลังอบรม (Post-test) สูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญ
26280 บาท -
ฝึกภาคฐานปฏิบัติที่ 1
-ค่าวัสดุการอบรมเป็นเงิน 4,720บาท ดังนี้ 1.ค่าเช่าเต็นท์ จำนวน 3 เต็นท์ x 1500 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท 2. กระดาษ A4 จำนวน 110บาทx2 รีม เป็นเงิน 220 บาท
-สนับเข่า กันกระแทก ฟองน้ำ สายรัดเข่า ป้องกันบาดเจ็บ ช่วยพยุงหัวเข่า ที่รัดเข่าสําหรับ CPR จำนวน 119 คู่ จำนวน 119 คน x 100 บาทx 1 คู่ เป็นเงิน 11,900 บาท
-ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการ 1.2 เมตร x 2.4 เมตร เป็นเงิน 750 บาท1 พฤษภาคม 2570 ถึง 30 มิถุนายน 2570โรงเรียนและชุมชนมีเครือข่ายผู้มีความรู้ความสามารถในการช่วยชีวิตเบื้องต้น และมีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินรองรับ
17370 บาท -
ประเมินผลและปิดโครงการ
สอบภาคปฏิบัติรายบุคคล (Checklist) และสอบทฤษฎีหลังอบรม (Post-test) ไม่ใช้งบประมาณ
1 กรกฎาคม 2570 ถึง 30 กันยายน 2570โรงเรียนและชุมชนมีเครือข่ายผู้มีความรู้ความสามารถในการช่วยชีวิตเบื้องต้น และมีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินรองรับ
บาท
- อสม. และครูมีความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล
2.ลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในชุมชนและสถานศึกษา
3.สร้างสังคมและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Safe Community & Safe School) พร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
