โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
-
1.ว่าที่ร้อยตรีรุสลาน ยามา
-
2.นายซูเพียน มะรง
-
3.นางสาวนูรีฮา บาแย
-
4.นางสาวต่วนซากีรา กูมูดอ
-
5.นางสาวนูรฟาตีณี มาลัง
-
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในชุมชน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การขาดกิจกรรมทางกาย ภาวะน้ำหนักเกิน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ หากประชาชนไม่ได้รับการคัดกรองและดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต และโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 จึงจัดทำโครงการนี้เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และพัฒนาระบบติดตามดูแลร่วมกับ อสม. และภาคีเครือข่ายในชุมชน
-
เพื่อคัดกรองและค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพตนเอง
-
เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเสี่ยงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม
-
เพื่อพัฒนาระบบติดตามและส่งต่อประชาชนที่มีผลคัดกรองผิดปกติ
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในเขตรับผิดชอบ จำนวน 150 คน โดยกำหนดจำนวนตามข้อมูลปัญหาสุขภาพจริงของพื้นที่
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 9,000 บาท -ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 150 คน x 50 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 7,500 บาท -ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 6 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท -ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร เป็นเงิน 840 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,940.-บาท
1 มีนาคม 2570 ถึง 30 เมษายน 257020940 บาท
1.สำรวจข้อมูลสุขภาพและวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน 2.จัดทำทะเบียนประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 3.ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ 4.ดำเนินการคัดกรองตามแนวทางบริการ 5.จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 6.ติดตามผลและส่งต่อผู้ที่มีผลคัดกรองผิดปกติ 7.สรุปผลการดำเนินงานและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.ประชาชนได้รับการค้นหาความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงอย่างเหมาะสม 2.ประชาชนมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้น 3.ผู้ที่มีความผิดปกติได้รับการดูแลและส่งต่ออย่างต่อเนื่อง 4.ชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
