โครงการบูรณาการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2570
-
นางสาวกิตติยา มากนวล
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน28
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน95
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง95
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี40
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี60
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable Diseases:NCD) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็ม การขาดกิจกรรมทางกาย การมีน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากประชาชนไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และความพิการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ครอบครัว และระบบบริการสุขภาพในระยะยาว
จากผลการดำเนินการดำเนินงานคัดกรองและติดตามดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสา พบว่า ประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,602 คนคิดเป็นร้อยละ 97.14 ซึ่งนำไปสู่การดูแลเบาหวานสู่ระยะสงบต่อไป สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,358 คนคิดเป็นร้อยละ 95.63 สะท้อนให้เห็นถึงความครอบคลุมของการค้นหากลุ่มเสี่ยง พบว่าผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีคิดเป็นร้อยละ 55.91ซึ่งนำไปสู่การดูแลเบาหวานสู่ระยะสงบต่อไป ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี คิดเป็นร้อยละ 74.29 ซึ่งยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ตามเป้าหมาย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเจ็บป่วยรุนแรงในอนาคต
ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสาจึงจัดทำโครงการบูรณาการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2570 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ผ่านการสร้างความรอบรู้ด้นสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพตามหลัก 3อ2ส ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา ควบคู่กับการติดตามภาวะสุขภาพ การควบคุมโรค และการมีส่วนร่วมของครอบครัว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และภาคีเครือข่ายในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ลดปัจจัยเสี่ยง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน96
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานให้สามารถดูแลตนเอง รับประทานยาต่อเนื่อง และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี45
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถดูแลตนเอง รับประทานยาต่อเนื่อง และสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี70
-
กลุ่มเป้าหมายประชากรที่ไม่เป็นเบาหวาน1672
-
กลุ่มเป้าหมายประชากรที่ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง1481
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน209
-
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง466
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมสำรวจ คัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
1.กิจรรมสำรวจและทบทวนทะเบียนประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปตามเกณฑ์การคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
2.กิจกรรมคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
3.จำแนกประชาชนออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย
งบประมาณ
1. จัดซื้อแถบวัดระดับน้ำตาลพร้อมเข็มเจาะ 17 กล่อง ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 17,000 บาท
2. ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 3 เครื่อง ๆ ละ 2,650 บาท เป็นเงิน 7,950 บาท
3.ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอลผ้าพันแขนแบบแข็ง จำนวน 3 เครื่อง ๆ ละ 3,800 บาท เป็นเงิน 11,400 บาท
4.กระเป๋าพยาบาล(เชิงรุกคัดกรองในพื้นที่) ขนาดกว้าง12นิ้ว ยาว6นิ้ว สูง8.5นิ้ว จำนวน 1 ใบ เป็นเงิน 1250 บาท16 ธันวาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569ผลผลิต
1.ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไปได้รับการคัดกรองเบาหวาน มากกว่าร้อยละ 96
2.ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง มากกว่าร้อยละ 96
ผลลัพธ์
1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น
2.สามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก 3อ 2ส
3.ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ3
4.ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่า ร้อยละ537600 บาท -
สร้างความรอบรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
1.สร้างความรอบรู้โดยการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเชิงปฏิบัติการตามหลัก 3อ2ส
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x30บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800บาท9 เมษายน 2570 ถึง 9 เมษายน 2570ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน
2.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการอบรมสร้างความรอบรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ. 2ส.
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมและสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมสุขภาพได้เหมาะสม
2. ลดอัตราป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่3450 บาท -
กิจกรรมสร้างความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง การดูแลสุขภาพและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่รับบริการที่ รพ.สต.
กิจกรรม
1.สร้างความรอบรู้และสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เช่น ภาวะ Hypo hyperglycemai ภาวะStroke หลัก 3อ2ส แก่ผู้ป่วยที่รับบริการที่ รพ.สต.ในวันคลินิก NCD (วันพุธ สัปดาห์ที่ 3 และสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน)
2.สร้างความรอบรู้เรื่องการใช้ยา การเก็บรักษายา และนำยาโรคประจำตัวมาด้วยทุกครั้งที่มารับบริการ
3.สร้างความรอบรู้ อธิบายเกี่ยวกับการรับบริการคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของ รพ.สต. เช่น ขั้นตอนการรับบริการ การเจาะเลือดประจำปี การตรวจติดตามภาวะแทรกซ้อน
งบประมาณ
1.ตลับตัดเม็ดยา ชิ้นละ 25 บาท จำนวน 100 ชิ้น เป็นเงิน 2,500 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 25 สิงหาคม 2570ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่รับบริการที่คลินิก NCDsที่ รพ.สต. เข้าร่วมกิจกรรมสร้างรอบรู้
2.ผู้ป่วยได้รับความรู้เกี่ยวกับการรับประทานยาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
3.ผู้ป่วยไ้ด้รับการส่งเสริมทักษะการดูแลตนเองและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนผลลัพธ์
1.ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และต่อเนื่อง
2.ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
4.ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น
5.ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการผิดปกติและรู้จักวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรค
6.ผู้ป่วยมีแนวโน้มควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น2500 บาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ค่าDTX >100mg%
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ
1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 29 มิถุนายน 2570ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวาน จากการคัดกรองได้รับการติดตามเจาะFBSมากกว่า ร้อยละ80
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
2.ผู้ที่มีผลตรวจผิดปกติได้รับการตรวจยืนยันและเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างเหมาะสม0 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรม ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการคัดกรองภายใน 180 วัน
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 29 มิถุนายน 2570ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้านมากกว่าร้อยละ80
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
2.ผู้ที่มีค่าความดันโลหิตผิดปกติได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที0 บาท -
สร้างความรอบรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานที่สมัครใจเข้าสู่เบาหวานระยะสงบพร้อมทั้งติดตามผู้ป่วย
กิจกรรม
1.ประชาสัมพันธ์เรื่องเบาหวานระยะสงบและคัดเลือกผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2.อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานระยะสงบ
3.ติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะสงบที่เข้าร่วมโครงการ
งบประมาณ
1.ค่าสมุดบันทึกDM remission ชุดละ 100 บาทจำนวน 20 ชุดเป็นเงิน2,000 บาท1 มีนาคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570ผลผลิต
1.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสาเข้าเกณฑ์เบาหวานระยะสงบ จำนวน 20 คน
2.ผู้ป่วยเบาวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ได้รับการอบรม ร้อยละ 100
3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ
ผลลัพธ์
1.ผู้ป่วยเบาหวานผ่านเกณฑ์เบาหวานระยะสงบร้อยละ 50 จากผู้เข้าร่วม
2.สามารถลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานได้
3.ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
4.ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบเพิ่มขึ้น
5.ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง2000 บาท -
สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
1.ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่รับยารพ.สต.บ้านศาลาตำเสา
3.เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk สูง - สูงมากที่รับยารพ.สต.และติดตามปรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น ไม่ใช้งบประมาณ1 มีนาคม 2570 ถึง 30 กรกฎาคม 2570ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่า ร้อยละ90
ผลลัพธ์
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงCVD riskลดลง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ0 บาท -
สร้างความรอบรู้ชะลอไตเสื่อม
1.ประชาสัมพันธ์สร้างความรอบรู้เกี่ยวกับโรคไต การชะลอภาวะไตเสื่อมผ่านการประชุมหมู่บ้านและคลินิกโรคไม่ติดต่อรพ.สต.บ้านศาลาตำเสา
2.สร้างความรอบรู้โดยการอบรมชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีค่าeGFRลดลงมากกว่า 5
3.เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีค่าeGFRลดลงมากกว่า 5
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x30บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800บาท
3.สื่อวงล้อโรคไตเรื้อรัง อันละ 2,500 บาท จำนวน 1 อัน เป็นเงิน 2,500 บาท
4.โรลอัฟเรื่องการดูแลชะลอไต อันละ 1,000 บาท จำนวน 1 อัน เป็นเงิน 1,000 บาท3 พฤษภาคม 2570 ถึง 25 มิถุนายน 2570ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่รับบริการที่คลินิก NCDsที่ รพ.สต. เข้าร่วมกิจกรรมสร้างรอบรู้ชะลอไตเสื่อม
ผลลัพธ์
1ผู้ป่วยที่รับบริการคลินิก NCDs ที่รพ.สต.สามารถดูแลตนเองในการดูแลชะลอไตเสื่อมผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2.ลดภาวะแทรกซ้อนไตในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง6950 บาท -
คืนข้อมูลและคัดเลือก แกนนำต้นแบบ ต่อสู้ NCDs
รายละเอียดกิจกรรมหลัก
1.ประชุมคืนข้อมูลเจ้าหน้าที่ รพ.สต. แกนนำ เกี่ยวกับโรค NCDs
2.ร่วมกิจกรรมออกกำลังกายโดยการเต้นแอร์โรบิค
3.คัดเลือก แกนนำต้นแบบ NCD
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คน และผู้เข้ารับการอบรม 82 คน รวมเป็น 87 คน x1มื้อ x30บาท เป็นเงิน 2,610 บาท
2.ไวนิลประชาสัมพันธ์กิจกรรม 1 แผ่น แผ่นละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท6 สิงหาคม 2570 ถึง 6 สิงหาคม 2570ผลผลิต
1. เจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม.ทุกคนเข้าร่วมคืนข้อมูลโรคNCDs ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100
2.เกิดแกนนำต้นแบบต่อสู่ NCDs
ผลลัพธ์
1. ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
2.มีความตระหนักและเข้าใจสถานการณ์ปัญหา NCDs ในพื้นที่มากขึ้น
3.ประชาชนมีแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรค NCDs3110 บาท
1.ประชาชนและกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและค้นหาความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงอย่างครอบคลุม
2.กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม
3.ผู้ป่วยได้รับการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย
4.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะโรคเหลอดเลือดสมอง
5.เกิดแกนนำต้นแบบและเครือข่ายชุมชนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการป้องกันและควบคุมโรค NCDs อย่างยั่งยืน
