โครงการ HL to Healthy Heart : พัฒนาความรอบรู้ สู่การป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง
-
นางอาอีเซาะห์ ยูโซ๊ะ
จากการรายงานข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) เกี่ยวกับ โรคความดันโลหิตสูงในปี 2023 ประมาณการว่าจำนวนผู้ใหญ่ที่เป็นความดันโลหิตสูงทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ในช่วงสามทศวรรษ จาก 650 ล้านคนในปี 1990 เป็น 1.3 พันล้านคนในปี 2019 ผลกระทบต่อสุขภาพ จากแนวโน้ม ความดันโลหิตสูงที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ถึง 10.8 ล้านคนต่อปี และสูญเสีย หรือใช้ชีวิตอยู่กับความพิการถึง 235 ล้านคนต่อปี (WHO, 2023) โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ของประเทศไทย (HDC กระทรวงสาธารณสุข, 2568) โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่ได้รับการดูแล ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จากข้อมูลการคัดกรองประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ของประเทศไทย ในช่วงปีงบประมาณ 2566–2568 พบว่าอัตราผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่จากกลุ่มที่มีค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง (BP at Risk) ร้อยละ 5.25, 5.49 และ 6.26 ตามลำดับ เขตสุขภาพที่ 12 ร้อยละ 5.63, 5.97 และ 6.75 ตามลำดับ และจังหวัดยะลา 6.97, 6.65 และ 7.43 ตามลำดับ (HDC กระทรวงสาธารณสุข, 2568) ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สูงขึ้นทั้งระดับประเทศ เขตสุขภาพที่ 12 และจังหวัดยะลา โดยจังหวัดยะลามีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศและเขตสุขภาพที่ 12 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบคัดกรอง ติดตาม และส่งเสริมการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการพัฒนาไปสู่โรคความดันโลหิตสูงและลดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต จากการดำเนินงานด้านการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านเกาะ พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 50.24 และร้อยละ 90 ของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ยังขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ การทำความเข้าใจ การประเมิน ข้อมูล และการนำไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น การบริโภค อาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก และการติดตามค่าความดันโลหิตได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพควบคู่กับระบบติดตามดูแลกลุ่มเสี่ยง จึงเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและลดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
-
เพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับมากกว่าหรือเท่ากับพอเพียง
-
เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงอยู่ในระดับมากกว่าหรือเท่ากับบ่อยครั้ง
-
เพื่อส่งเสริมการติดตามและเฝ้าระวังค่าความดันโลหิต
ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการติดตามอย่างน้อย 2 ครั้ง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจ/จัดทำทะเบียนและประเมินก่อนดำเนินโครงการ1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25700 บาท
-
อบรมเชิงปฏิบัติการ HL to Healthy Heart ,ฝึกปฏิบัติและจัดทำสื่อ/แบบบันทึกสุขภาพ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน
เป็นเงิน 4,200 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท
เป็นเงิน 3,000 บาท - ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.2 x 3 เมตร
ผืนละ 900 บาท จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 900 บาท - ค่าวัสดุจัดอบรม/แบบบันทึกสุขภาพ เล่มละ 50 บาท x 60 คน
เป็นเงิน 3,000 บ.
1 มีนาคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 257015300 บาท -
ติดตามและประเมินผลกลุ่มเสี่ยง1 เมษายน 2570 ถึง 30 มิถุนายน 25700 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น
2.กลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และนำข้อมูลสุขภาพไปใช้ในการดูแลตนเองได้
3.กลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงที่เหมาะสมมากขึ้น
4.กลุ่มเสี่ยงสามารถติดตามและเฝ้าระวังค่าความดันโลหิตของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
5.รพ.สต.บ้านเกาะมีระบบติดตามดูแลกลุ่มเสี่ยงที่ต่อเนื่องและมีส่วนร่วมของ อสม. ครอบครัว และภาคีเครือข่าย
