กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการออกมาเล่นกันเถอะ" (Active Play) ส่งเสริมกิจกรรมทางกายและพัฒนาการของเด็กและเยาวชน

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.เกตรี
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการออกมาเล่นกันเถอะ" (Active Play) ส่งเสริมกิจกรรมทางกายและพัฒนาการของเด็กและเยาวชน
2570
พื้นที่เรียนรู้ เมล็ดพันธุ์เกตรี Learening Space
  1. นางสาวราฎา กรมเมือง
  2. นางสาวกรรณิสา สำมาสา
  3. นายอับดอล พงค์สสัสดิ์
  4. นางสาวฮาบีบะ หะสกุล
  5. นายปาณัทกฤษฎ์ กรมเมือง
ต.เกตรี อ.เมืองสตูล จ.สตูล
คะแนน:
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
  1. สภาพปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบัน ในปัจจุบันเด็กยุคใหม่มีพฤติกรรมขาดกิจกรรมทางกายและใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยสูงถึง 3.1 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเฉื่อยชาและเนือยนิ่งมากขึ้น การที่เด็กนั่งๆ นอนๆ หรือดูทีวีเป็นเวลานานจนเคยชิน และมีกิจกรรมทางกายต่ำกว่า 60 นาทีต่อวัน ถือว่าเข้าข่ายอยู่ในภาวะเนือยนิ่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ จากผลการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ สสส. พบว่าเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายลดลงจากร้อยละ 67.6 ในปี พ.ศ. 2555 เหลือเพียงร้อยละ 64.8 ในปี พ.ศ. 2558 นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังประมาณการว่าการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกร้อยละ 5.5 หรือประมาณ 3.2 ล้านรายต่อปี การขาดการเคลื่อนไหวร่างกายไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพกายที่ทำให้ไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และเสี่ยงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะเฉื่อยชาเนือยนิ่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พัฒนาการของเด็กเกิดความล่าช้าอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่ เช่น ข้อมูลของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเกตรี พบว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3–6 จำนวน 83 คน มีผลการประเมินพัฒนาการล่าช้าถึง 18 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 จำนวน 51 คน มีผลการประเมินพัฒนาการล่าช้า 13 คน ความสำคัญและประโยชน์ของการออกมาเล่น (Active Play) การออกมาเล่น (Active Play) หมายถึง กิจกรรมการเล่นใดๆ ที่เด็กเป็นผู้ร่วมเล่นด้วยตนเองอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีกติกาเป็นทางการและอยู่นอกเหนือชั่วโมงพลศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้กล้ามเนื้อโครงสร้างและการใช้พลังงานของร่างกาย (Physical Activity: PA) ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ เด็กจำเป็นต้องมีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลาง (ชีพจร 120–150 ครั้ง/นาที) ถึงระดับหนัก (ชีพจร 150 ครั้ง/นาทีขึ้นไป) เช่น การวิ่ง ขี่จักรยาน การเล่นกีฬา หรือการเล่นโลดโผน การส่งเสริมให้เด็กออกมาเล่นอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างประโยชน์อย่างรอบด้านทั้งทางร่างกาย สมอง และสังคม ดังนี้: • ด้านสุขภาพกาย: ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะอ้วนได้ 10% ลดโอกาสการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ มะเร็ง และเบาหวาน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดโอกาสการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ ยาเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ • ด้านสมองและการเรียนรู้: เด็กที่มีสุขภาพกายแข็งแรงจะมีขนาดสมองส่วน Hippocampus (ควบคุมความจำ) และ Basal Ganglia (ควบคุมการตัดสินใจ) ใหญ่กว่าปกติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ สอดคล้องกับผลการศึกษาในเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 4–5 ในแคนาดา ที่พบว่าโรงเรียนในโครงการ Action School in British Columbia ซึ่งจัดกิจกรรมให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างเพียงพอ มีสัดส่วนเด็กที่ทำคะแนนสอบมาตรฐานสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป • ด้านพัฒนาการตามแนวทาง Blooms Taxonomy: การเล่น Active Play ส่งเสริมพัฒนาการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)สติปัญญาและการส่งการของสมองให้ร่างกายเคลื่อนไหวประสานกัน), ด้านจิตพิสัย(Affective Domain) (การเรียนรู้กฎระเบียบ การเคารพกติกา เจตคติ และทักษะสังคม) และ ด้านทักษะพิสัย(Psychomotor Domain) (การควบคุมการเคลื่อนไหวและการสร้างความแข็งแรงของร่างกาย) การเล่น Active Play สามารถจัดกิจกรรมได้หลากหลายรูปแบบตามช่วงวัย ทั้งการเล่นคนเดียว การเล่นเป็นคู่ หรือการเล่นเป็นกลุ่ม เช่น การวิ่งเล่น ปีนป่าย ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา (ฟุตบอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน) รวมถึงการละเล่นแบบไทย (เช่น ขี่ม้าส่งเมือง งูกินหาง ชักเย่อ ม้าก้านกล้วย) โดยใช้พื้นที่ลานอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น หรือลานชุมชน จากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว คณะผู้จัดทำจึงได้จัดทำ โครงการ ออกมาเล่นกันเถอะ (Active Play) ขึ้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ สนุกสนาน และสม่ำเสมอ อันจะช่วยแก้ปัญหาพัฒนาการล่าช้า เสริมสร้างสุขภาพกาย จิตใจ และทักษะสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีสุขภาวะสมบูรณ์รอบด้าน

     

description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

สภาพปัญหาและสถานการณ์ปัจจุบัน ในปัจจุบันเด็กยุคใหม่มีพฤติกรรมขาดกิจกรรมทางกายและใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยสูงถึง 3.1 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเฉื่อยชาและเนือยนิ่งมากขึ้น การที่เด็กนั่งๆ นอนๆ หรือดูทีวีเป็นเวลานานจนเคยชิน และมีกิจกรรมทางกายต่ำกว่า 60 นาทีต่อวัน ถือว่าเข้าข่ายอยู่ในภาวะเนือยนิ่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ จากผลการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ สสส. พบว่าเด็กไทยมีกิจกรรมทางกายลดลงจากร้อยละ 67.6 ในปี พ.ศ. 2555 เหลือเพียงร้อยละ 64.8 ในปี พ.ศ. 2558 นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังประมาณการว่าการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกร้อยละ 5.5 หรือประมาณ 3.2 ล้านรายต่อปี การขาดการเคลื่อนไหวร่างกายไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพกายที่ทำให้ไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และเสี่ยงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะเฉื่อยชาเนือยนิ่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พัฒนาการของเด็กเกิดความล่าช้าอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่ เช่น ข้อมูลของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเกตรี พบว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3–6 จำนวน 83 คน มีผลการประเมินพัฒนาการล่าช้าถึง 18 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 จำนวน 51 คน มีผลการประเมินพัฒนาการล่าช้า 13 คน ความสำคัญและประโยชน์ของการออกมาเล่น (Active Play) การออกมาเล่น (Active Play) หมายถึง กิจกรรมการเล่นใดๆ ที่เด็กเป็นผู้ร่วมเล่นด้วยตนเองอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีกติกาเป็นทางการและอยู่นอกเหนือชั่วโมงพลศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้กล้ามเนื้อโครงสร้างและการใช้พลังงานของร่างกาย (Physical Activity: PA) ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ เด็กจำเป็นต้องมีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลาง (ชีพจร 120–150 ครั้ง/นาที) ถึงระดับหนัก (ชีพจร 150 ครั้ง/นาทีขึ้นไป) เช่น การวิ่ง ขี่จักรยาน การเล่นกีฬา หรือการเล่นโลดโผน การส่งเสริมให้เด็กออกมาเล่นอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างประโยชน์อย่างรอบด้านทั้งทางร่างกาย สมอง และสังคม ดังนี้: • ด้านสุขภาพกาย: ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะอ้วนได้ 10% ลดโอกาสการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ มะเร็ง และเบาหวาน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดโอกาสการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ ยาเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ • ด้านสมองและการเรียนรู้: เด็กที่มีสุขภาพกายแข็งแรงจะมีขนาดสมองส่วน Hippocampus (ควบคุมความจำ) และ Basal Ganglia (ควบคุมการตัดสินใจ) ใหญ่กว่าปกติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ สอดคล้องกับผลการศึกษาในเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 4–5 ในแคนาดา ที่พบว่าโรงเรียนในโครงการ Action School in British Columbia ซึ่งจัดกิจกรรมให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างเพียงพอ มีสัดส่วนเด็กที่ทำคะแนนสอบมาตรฐานสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป • ด้านพัฒนาการตามแนวทาง Blooms Taxonomy: การเล่น Active Play ส่งเสริมพัฒนาการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)สติปัญญาและการส่งการของสมองให้ร่างกายเคลื่อนไหวประสานกัน), ด้านจิตพิสัย(Affective Domain) (การเรียนรู้กฎระเบียบ การเคารพกติกา เจตคติ และทักษะสังคม) และ ด้านทักษะพิสัย(Psychomotor Domain) (การควบคุมการเคลื่อนไหวและการสร้างความแข็งแรงของร่างกาย) การเล่น Active Play สามารถจัดกิจกรรมได้หลากหลายรูปแบบตามช่วงวัย ทั้งการเล่นคนเดียว การเล่นเป็นคู่ หรือการเล่นเป็นกลุ่ม เช่น การวิ่งเล่น ปีนป่าย ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา (ฟุตบอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน) รวมถึงการละเล่นแบบไทย (เช่น ขี่ม้าส่งเมือง งูกินหาง ชักเย่อ ม้าก้านกล้วย) โดยใช้พื้นที่ลานอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น หรือลานชุมชน
จากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว คณะผู้จัดทำจึงได้จัดทำ โครงการ ออกมาเล่นกันเถอะ (Active Play) ขึ้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ สนุกสนาน และสม่ำเสมอ อันจะช่วยแก้ปัญหาพัฒนาการล่าช้า เสริมสร้างสุขภาพกาย จิตใจ และทักษะสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีสุขภาวะสมบูรณ์รอบด้าน

คะแนน:
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. 1. เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกาย (Active Play) ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง 2. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง และอารมณ์สังคมของเด็กและเยาวชน 3. เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำสตาฟเยาวชนในการนำกิจกรรม Active Play ในชุมชน

     

  1. เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกาย (Active Play) ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง
  2. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง และอารมณ์สังคมของเด็กและเยาวชน
  3. เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำสตาฟเยาวชนในการนำกิจกรรม Active Play ในชุมชน
คะแนน:
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน จำนวน.60คน
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน จำนวน..........60......คน

คะแนน:
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มกราคม 2570 30 กันยายน 2570
คะแนน:
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. กิจกรรมที่ 1: การประชุมคณะทำงานและเตรียมการ (รวม 6 ครั้ง)

    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับคณะทำงาน/สตาฟ (10 คน × 25 บาท × 6 มื้อ) เป็นเงิน 1,500 บาท • ค่าแฟ้มสันห่วง(2 อัน × 100 บาท ) เป็นเงิน 200 บาท • กระดาษฟลิปชาร์ท 30 แผ่น เป็นเงิน 150 บาท • ปากกกาเคมี 1 กล่อง เป็นเงิน 150 บาท รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 1 = 2,000 บาท

    1 มกราคม 2570 ถึง 31 มกราคม 2570

     

    2000 บาท
  2. กิจกรรมที่ 2: การพัฒนาและอบรมสตาฟแกนนำเยาวชน (1 ครั้ง)

    • ค่าตอบแทนวิทยากรหลัก (1 คน × 600 บาท × 4 ชั่วโมง) เป็นเงิน 2,400 บาท • ค่าอาหารกลางวันสำหรับสตาฟเยาวชน (10 คน × 85 บาท × 1 มื้อ) เป็นเงิน 850 บาท • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับสตาฟเยาวชน (10 คน × 25 บาท × 2 มื้อ) เป็นเงิน 500 บาท • ค่าชุดการ์ดกระบวนการ check in – check out สำรวจตนเอง ชุดละ 2030 บาท รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 2 = 5,780 บาท

    24 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570

     

    5780 บาท
  3. กิจกรรมที่ 3: การดำเนินกิจกรรม Active Play (จำนวน 5 ครั้ง)

    • ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่มประจำฐาน/กิจกรรม (10 คน × 200 บาท × 5 วัน) เป็นเงิน 10,000 บาท • ค่าอาหารกลางวันสำหรับสตาฟเยาวชน (10 คน × 85 บาท × 5 มื้อ) เป็นเงิน 4,250 บาท • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ (50 คน × 25 บาท × 5 มื้อ ) เป็นเงิน 6,250 บาท • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับสตาฟเยาวชน (10 คน × 25 บาท × 2 มื้อ × 5 วัน ) เป็นเงิน 2,500 บาท • ค่าเครื่องเสียง เป็นเงิน 5,500 บาท
    • ค่าวัสดุ อุปกรณ์สำหรับการเล่น 2,000 บาท - ชุด กรวย ห่วง (150 บาท x 3 ชุด) เป็นเงิน 450 บาท - บอลสีชุดละ 350 บาท เป็นเงิน 350 บาท - แทนแกรมไม้ ชุดละ 100 บาท 6 ชุด เป็นเงิน 600 บาท - บล็อกไม้ 300 บาท 2 ชุด เป็นเงิน 600 บาท • ค่าประกาศนียบัตร (สำหรับผู้เข้าร่วมและสตาฟ) (60 ใบ × 25 บาท) เป็นเงิน 1,500 บาท • ค่าจัดทำป้ายโครงการ (ป้ายผ้า) ขนาด 1.5 × 3 เมตร (4.5 ตร.ม. × 150 บาท) จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 675 บาท รวมงบประมาณกิจกรรมที่ 3 = 32,675 บาท

    29 เมษายน 2570 ถึง 30 กันยายน 2570

     

    32675 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

อาคารเอนกประสงค์ ม.3
พื้นที่เรียนรู้เมล็ดพันธุ์ Learning Space
ลาน Cana Home Stay ลานโรงเรียนตาดีกา

คะแนน:
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. เด็กและเยาวชนร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย (จำนวน 40 คน) มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และมีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์สังคมที่ดีขึ้น
  2. สตาฟแกนนำเยาวชนจำนวน 10 คน ได้รับการฝึกทักษะการเป็นผู้อำนวยการเล่น ( Play Worker ) และสามารถนำกิจกรรมในชุมชนได้
  3. เกิดพื้นที่และรูปแบบการเล่น Active Play ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนในตำบลเกตรี
คะแนน:
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
กองทุนตำบลเกตรีโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 10:37 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3 พ.ย. 2569 10:47 น.
คะแนน: