โครงการจัดการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุสู่สังคมชราที่มีคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑
-
ตำบลเวียงคุก มี มีจำนวน ๘ หมู่บ้าน ประชากร รวมจำนวน ๖,๐๘๐ คน แยกเป็น เพศชาย จำนวน ๒,๙๑๒คนเพศหญิง จำนวน ๓,๑๖๘ คนและเมื่อแยกเฉพาะผู้สูงอายุ พบว่า มีผู้สูงอายุในตำบลเวียงคุก จำนวน ๑,๐๕๗ คน แยกเป็น ชายจำนวน ๔๕๕ คนหญิง จำนวน ๖๐๒ คนเมื่อเทียบอัตราส่วนผู้สูงอายุ17.39
ประเด็นปัญหาของผู้สูงอายุในปัจจุบันของตำบลเวียงคุกประกอบด้วยปัญหาหลักๆ ๓ ประการ คือ ๑. ปัญหาสุขภาพ เนื่องจากเมื่อมีอายุมากขึ้นสุขภาพจะเริ่มเสื่อมโทรมและมีโรคต่างๆเกิดขึ้นตามมา ๒. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน เนื่องจากผู้สูงอายุของไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และไม่รู้จักการออม เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุและไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยตนเองเหมือนเก่า ๓. ปัญหาทางสังคม แม้ว่าผู้สูงอายุในสังคมไทยจะได้รับการเคารพนับถือจากลูกหลาน แต่ผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่สนใจและไม่สามารถพัฒนาความรู้เพิ่มเติมให้ทันยุคสมัยได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมักถูกมองว่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีในสายตาของลูกหลาน และทำให้มีปัญหาในการเข้าสังคมกับสมาชิกของสังคม ซึ่งเป็นบุคคลในวัยอื่นๆ ผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนผู้สูงอายุด้วยกันขณะเดียวกันหน่วยงานของรัฐก็จะต้องเข้ามาส่งเสริมดูแล เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เตรียมพร้อมเข้าสู่วัยชราและลดภาวะพึ่งพิงผู้อื่นในอนาคตให้ผู้สูงอายุดังนั้น เทศบาลตำบลเวียงคุกจึงได้จัดทำโครงการจัดการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุสู่สังคมชราที่มีคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเองของผู้สูงอายุสู่สังคมชราด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้3.80
มีตัวแทนผู้สูงอายุ จำนวน 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาตนเองด้วยการจัดการเรียนรู้สู่สังคมชราที่มีคุณภาพ
-
เพื่อปรับเปลี่ยนผู้สูงอายุติดบ้านให้สามารถเข้าสังคมได้8.20
ตัวแทนผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม มีผู้สูงอายุติดบ้าน ไม่น้อยกว่า ๘ คน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ส่งเสริมการพัฒนาตนเองด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุสู่สังคมชราที่มีคุณภาพ
ขั้นตอนการวางแผน (๑) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และความเป็นไปได้ของความสำเร็จโครงการ (๒) เขียนแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ เพื่อพิจารณาขออนุมัติงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลเวียงคุก ขั้นตอนการดำเนินงาน (๑) ติดต่อประสานงาน และประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน (๒) จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน (๓) รับสมัครผู้สูงอายุ และพิจารณาคัดเลือกผู้สูงอายุเพื่อทำกิจกรรม จำนวน ๔๐ คน โดยคณะกรรมการฯ (๔) ประสานครูอาสาในแต่ละหมวดวิชา (๕) จัดซื้อ/จัดจ้างพัสดุที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมตามโครงการฯ (๖) จัดเตรียมสถานที่ดำเนินกิจกรรมโครงการฯ
ขั้นดำเนินการจัดกิจกรรม (๑) ปฐมนิเทศผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ (๒) จัดการเรียนรู้ตามแผนการสอน
งบประมาณ (๑) ค่าจ้างเหมาทำป้ายไวนิลล์ ขนาดยาว๓เมตร กว้าง ๑.๕ เมตรจำนวน ๑ ป้าย ราคาป้ายละ ๕๔๐ บาท (๒) ค่าจ้างเหมาอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวนคน × ราคา/มื้อ × จำนวนมื้อ=๔๐ × ๓๕ × ๒๐ เป็นเงิน ๒๘,๐๐๐ บาท (๓) ค่าจัดซื้อสมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด น้ำยาลบคำผิด รวม ๑๐๓ บาท/คน จำนวน ๔๐ คน เป็นเงิน ๔,๑๒๐ บาท (๔) ค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สื่อการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมตามหมวดรายวิชา เป็นเงิน ๗,๗๕๐ บาทถึงผลผลิต ผู้สูงอายุที่ร่วมกิจกรรม จำนวน ๔๐ คน เข้าร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ สามารถพัฒนาตนเองของผู้สูงอายุสู่สังคมชราได้ ดังนี้ (๑) ด้านร่างกาย : มีการใส่ใจสนใจในการดูแลสุขภาพตนเอง มีการเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และลดระยะเวลาการพึ่งพาผู้อื่น (๒) ด้านจิตใจ : มีการพบปะกลุ่มเพื่อนมากขึ้นปรับเปลี่ยนผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านให้สามารถเข้าสังคมได้ ตระหนักในคุณค่าของตนเอง และมีมุมมองเชิงบวก (๓) ด้านสังคม : มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนวัยเดียวกันคนต่างวัยให้การยอมรับ (๔) ด้านจิต ปัญญา : ทำให้รู้เท่าทันและเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น สามารถปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตได้เหมาะสมตามวัย ผลลัพธ์ ได้ชุดการเรียนรู้การจัดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุสู่สังคมชราที่มีคุณภาพ
40410.00 บาท -
กีฬาสีสร้างสัมพันธ์
ขั้นตอนการดำเนินการ
๑. ครูอาสาเกี่ยวกับการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย พูดคุยกับผู้สูงอายุเกี่ยวกับกีฬาที่อยากจะเล่น
๒. ครูอาสาและเจ้าหน้าที่หน่วยบริการปฐมภูมิพิจารณาความเป็นไปได้ของกีฬาที่จะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้สูงอายุ
๓. กำหนด วัน เวลา การจัดกิจกรรมกีฬาสี
๔.ฝึกซ้อม
๕.แข่งขันกีฬาสีตามวันเวลาที่กำหนด
งบประมาณ
(๑) ค่าจัดซื้อชุดกีฬา จำนวน ๔๐ ชุด ราคาชุดละ ๒๐๐ บาท เป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท
(๒) ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มรับรองผู้มาร่วมงาน จำนวนคน × ราคา/มื้อ × จำนวนมื้อ = ๓๐ × ๓๕ × ๑ เป็นเงิน ๑,๐๕๐ บาท
ถึงผลผลิต : ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ฯ จำนวน ๔๐ คน เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสีสัมพันธ์
ผลลัพธ์ : ร้อยละ ๘๐ ของผู้สูงอายุที่ร่วมกิจกรรมฯ มีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมประเมินผลกิจกรรมกีฬาสีสัมพันธ์
9050.00 บาท -
ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วิธีการดำเนินการ
๑. ผู้รับผิดชอบโครงการ ครูอาสา พูดคุยกับผู้สูงอายุ เพื่อกำหนดการจัดกิจกรรม
๒. ประสานหน่วยงาน/สถานที่ที่จะไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
๓. สรุปสถานที่ วัน เวลา ที่จะไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
๔. ดำเนินการตามกิจกรรมที่กำหนด
งบประมาณ
(๑) ค่าเช่ารถโดยสารไม่จำทาง จำนวน ๑ คัน ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท/วัน จำนวน ๑ วัน เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท
(๒) ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวนคน × ราคา/มื้อ × จำนวนมื้อ = ๕๐ × ๓๕ × ๒ เป็นเงิน ๓,๕๐๐ บาท
(๓) ค่าอาหารกลางวัน จำนวนคน × ราคา/มื้อ × จำนวนมื้อ = ๕๐ × ๑๒๐ × ๑ เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท
(๔) ค่าสมนาคุณในการศึกษาดูงาน เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท
(๕) ค่าจ้างเหมาทำป้ายไวนิลล์ ขนาดยาว ๓ เมตร กว้าง ๑ เมตร จำนวน ๑ป้ายเป็นเงิน ๓๖๐บาท
ถึงผลผลิต : ผู้สูงอายุ จำนวน ๔๐ คน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผลลัพธ์ : ผู้สูงอายุรู้เท่าทันและเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น สามารถปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตได้เหมาะสมตามวัยและสภาวการณ์ปัจจุบัน
26360.00 บาท -
สรุปผลการจัดการเรียนรู้
(๑) ค่าจ้างเหมาจัดทำใบประกาศนียบัตร จำนวน ๔๐ ใบ ราคาใบละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท
(๒) ค่าถ่ายเอกสารพร้อมเข้าเล่มสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมตามโครงการ จำนวน ๒ เล่มๆละ ๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
(๓) ค่าจ้างเหมาทำป้ายไวนิลล์ ขนาดยาว ๓ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร จำนวน ๑ ป้าย ราคาป้ายละ ๕๔๐ (วันครบกำหนดการจัดการเรียนรู้)
ถึงผลผลิต : ผู้สูงอายุ จำนวน ๔๐ คน ร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ครบตามกำหนดของโครงการ
ผลลัพธ์ : มีผู้สูงอายุที่สามารถเป็นต้นแบบในการดำรงชีวิตในสังคมชราที่มีคุณภาพ
3540.00 บาท
ผู้สูงอายุที่ร่วมกิจกรรมสามารถพัฒนาตนเองของผู้สูงอายุสู่สังคมชราได้อย่างเหมาะสมได้รับการยอมรับในคุณค่าทางภูมิปัญญาและสังคมเป็นเชิงประจักษ์จากคนวัยเดียวกันและคนต่างวัย
