โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
โรคเรื้อรังเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานทั้งสิ้น 189 ล้านคนและคาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 324 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่เสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นน้อยลงเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะลุกลามไปถึงเด็กในอนาคตอันใกล้ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องการรับประทาน โรคเรื้อรังนอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานคือ กรรมพันธุ์ และ สิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรรมพันธ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานได้ การรักษาเบาหวานโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์จึงไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือประชาชนทั่วไปต้องได้รับความรู้เรื่องโค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวานหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นคนปกติโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน ซึ่งทางทีมผู้ดูแลเกี่ยวกับโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแดได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด จึงได้ออกรณรงค์คัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป เขตรับผิดชอบจำนวน 2,143 คน พบผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้นจำนวน 828 คน พบผู้ที่เป็นโรคทั้งสิ้นจำนวน 100 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประจำปี 2561 โดยเน้นกิจกรรมที่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงและผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ยังเป็นแกนนำในการรณรงค์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงต่อไปในอนาคต
-
1.เพื่อลดอัตราป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่0.00
-
2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงด้วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ0.00
-
3.เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง0.00
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง250
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง ตรวจสุขภาพครั้งที่ 1
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนx75บาทx2รุ่น เป็นเงิน 7,500.-บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 35 บาท x 2มื้อ x 2รุ่น เป็นเงิน 7,000.-บาท
-ค่าวิทยากรให้ความรู้ 300 บาท x 5ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 3,000.-บาท
-ค่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย(ผ้าขาวม้า) จำนวน 100 คน x 80 บาท เป็นเงิน 8,000.-บาท
ถึง25500.00 บาท -
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยง
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตรวจซ้ำรอบ 2) จำนวน 100 คน x 35 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,500.-บาท
ถึง3500.00 บาท -
อบรมให้ความรู้กลุ่มป่วย และติดตามตรวจสุขภาพผู้ป่วยเรื้อรังใน รพ.สต.
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน x 75 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 3,750.-บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 3,500.-บาท
-ค่าวิทยากรให้ความรู้ 300 บาท x 5ชม. x 1 วัน เป็นเงิน 1,500.-บาท
-ค่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย(ผ้าขาวม้า) จำนวน 50 คน x 80 บาท เป็นเงิน 4,000.-บาท
-ค่าสมุดบันทึกสุขภาพ จำนวน 200 เล่ม x 50 บาท เป็นเงิน 10,000.-บาท
ถึง22750.00 บาท
1.ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2.ส่งเสริมการบรรลุตามมาตรฐานงานโรคเรื้อรัง ของการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 3.กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามประเมินผลเป็นระยะตามที่กำหนดไว้
