โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ และสาธิตการนวดมือ เท้า ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ เพื่อสุขภาพ
-
นายหะมุ สุไลมาน
-
นายกอเซ็งดาหามิ
-
นางซากีเราะอาลี
-
นางยูลีดาบูเกะ
-
นางมารีแย ดาหามิ
สืบเนื่องมาจากการนวดแผนไทย เป็นแพทย์ทางเลือกทางหนึ่งที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพของคนในปัจจุบัน ซึ่งได้รับความนิยมและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากกับคนประกอบอาชีพต่างๆ เช่น ทำงานในออฟฟิศ ทำงานรับจ้าง ทำงานค้าขาย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเจ็บป่วยในเรื่องการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานอยู่เป็นประจำ ต้องเพ่งสายตาเป็นเวลานานในสภาพเกร็งต้นคอ บ่า ไหล ตลอดวัน เกิดอาการน้ำตาแห้ง แสบตา ปวดเมื่อย เวียนศีรษะ และคนที่ทำอาชีพค้าขายก็จะยืนหรือเดินทั้งวัน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดการเจ็บป่วยได้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่ควรจะได้รับความรู้เบื้องต้น เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว การนวดมีหลายชนิด แต่ที่จำเป็นและพบได้บ่อยได้แก่ การนวดแก้เป็นลม เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนดี นวดแก้ตกหมอน นวดแก้สะบ้าจม นวดป้องกันตะคริว นวดแก้จุดเสียด เป็นต้น เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ และผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน ในชุมชนกลุ่มผู้สูงอายุวัยทำงานกลุ่มแม่บ้านเทศบาลนครยะลา จะมีผู้สูงอายุประมาณ 50% อาชีพค้าขาย และอาชีพข้าราชการอีก 50% จากการเก็บข้อมูลสมาชิกในชมชนพบว่า ส่วนใหญ่มีอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน และซื้อยารับประทานเอง ทางอสม.จารูพัฒนาเขตเทศบาลนครยะลา จึงเล็งเห็นความสำคัญการใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย โดยการนวดมือ เท้า ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ เพื่อสุขภาพ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน อีกทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวด้วย จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ และสาธิตการนวดมือ เท้า ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ เพื่อสุขภาพขึ้น เพื่อให้สมาชิกผู้สูงอายุและประชาชนผู้สนใจ เข้าใจการนวดที่ถูกต้อง ได้ความรู้ที่หลากหลาย สามารถนำไปดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย และสามารถเพิ่มพูนความรู้เพื่อประกอบอาชีพ หารายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่งต่อไป
-
ข้อที่ 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้ และความสามารถของประชาชน ในการดูแลสุขภาพตนเอง โดยใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย80.00
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย จำนวน 30 คน
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ในการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีทักษะ เข้าใจการนวดและกำหนดจุดได้ถูกต้อง80.00
- ผู้เข้ารับการอบรมสามารถฝึกปฏิบัติและนวดได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 3. เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกาย ลดอัตราการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ และการปวดเมื่อยจากการทำงาน80.00
- ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในการเข้ารับการอบรม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 จัดประชุมให้ความรู้เรื่องการนวดมือ เท้า ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ เพื่อสุขภาพ อย่างถูกวิธี จำนวน 2 วัน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 วันๆ ละ 30 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 30.-บาท
เป็นเงิน 3,600.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 2 วันๆ ละ 30 คนๆ ละ 80.-บาท
เป็นเงิน 4,800.-บาท
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
เป็นเงิน 1,000.-บาท
ค่าวัสดุชุดฝึกปฏิบัติสาธิตการนวด (ผ้าขนหนู
ผืนละ 40.-บาท ไม้กดจุด 30.-บาท และยานวดบรรเทาปวด ขวดละ 50.-บาท) จำนวน 30 ชุดๆ ละ 120.-บาท
เป็นเงิน 3,600.-บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร
วิทยากรบรรยาย จำนวน 1 วันๆ ละ 1 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท
เป็นเงิน 600.-บาท
วิทยากรกลุ่มฝึกปฏิบัติ 2 กลุ่มๆ ละ 2 คนๆ 5 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท (จำนวน 4 คน)
เป็นเงิน 12,000.-บาท
วิทยากรกลุ่มฝึกปฏิบัติ 2 กลุ่มๆ ละ 1 คนๆ ละ 6 ชั่วโมงๆ ละ 600.- บาท (จำนวน 2 คน)
เป็นเงิน 7,200.-บาท
รวมเป็นเงิน 32,800.-บาท
(เงินสามหมื่นสองพันแปดร้อยบาทถ้วน)
ถึง32800.00 บาท
- ผู้เข้ารับการอบรม ได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพคนในครอบครัวได้
- ส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดแผนไทย ให้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ลดปริมาณการใช้ยารักษาโดยไม่จำเป็น
- ผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกาย เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัว จากการเอาใจใส่ดูแลต่อกันและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
- ส่งเสริมให้มีอาชีพเพิ่มพูนรายได้ให้ครอบครัว
