โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพตามกลุ่มวัย รพ.สต.โคกเคียน
สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดี ช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปาก จะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย ดังนั้นจำเป็นที่ต้องดูแลสุขภาพในช่องปากประชาชนให้ปราศจากโรคฟันผุและเหงือกอักเสบ ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดการดูแลช่องปาก มิใช่การกำจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่มและคงสภาพที่ดีไว้ ปัญหาทันตสาธารณสุขที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส คือ โรคฟันผุ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกกลุ่มอายุของประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัยและในกลุ่มเด็กวัยเรียน จากผลการสำรวจสถานการณ์ทันตสุขภาพในเด็กกลุ่มอายุ ๓ ปีและ ๑๒ ปี ของจังหวัดนราธิวาส ปี ๒๕๖๑ พบว่าเด็กอายุ ๓ ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม ร้อยละ ๖๙.๑๘และในเด็กอายุ ๑๒ ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้ ร้อยละ ๖๔.๕๐ สำหรับในกลุ่มผู้สูงอายุ มีฟัน ๔ คู่สบ ร้อยละ ๖๑.๕๗ ผลจากการสำรวจสถานการณ์ทันตสุขภาพในเด็กกลุ่มอายุ ๓ ปีและ ๑๒ ปี ของ รพ.สต. โคกเคียนปี ๒๕๖๑ พบว่าเด็กอายุ ๓ ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนม ร้อยละ ๕๓.๓๓และในเด็กอายุ ๑๒ ปี มีอัตราการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้ ร้อยละ ๕๓.๓๒ ปี สำหรับในกลุ่มผู้สูงอายุ มีฟัน ๔ คู่สบ ร้อยละ ๖๘.๓๓ การแก้ไขปัญหาทันตสาธารณสุขจึงต้องกำหนดพัฒนางานทันตสาธารณสุขโดยให้กิจกรรมที่ดำเนินการสอดคล้องกับสาเหตุครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายด้วยการผสมผสานทั้งการสร้างเสริมป้องกันทันตสุขภาพและรักษาทางทันตกรรม
-
1.เพื่อส่งเสริมป้องกันกันช่องปากทุกกลุ่มวัยในเขตรับผิดชอบ 2. เพื่อลดปัญหาโรคฟันผุในหญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน 3. เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้เข้าถึงสถานบริการทันตกรรมอย่างทั่วถึง0.00
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
ข้อที่ ๑. หญิงตั้งครรภ์รายใหม่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและให้ทันตสุขศึกษา ร้อยละ 98
ข้อที่ 2. หญิงตั้งครรภ์ทีมีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับบริการทันตกรรมตามความจำเป็น ร้อยละ 45
ข้อที่ 3. หญิงหลังคลอดได้รับการเยี่ยมหลังคลอดและได้ฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปากเด็กแรกเกิดร้อยละ 70
กลุ่มเด็กอายุ ๐-๕ ปี (กลุ่มผู้ปกครอง)
เด็กอายุ ๓ ปี มีฟันน้ำนมผุลดลง ร้อยละ น้อยกว่า 66
กลุ่มเด็กวัยเรียน
เด็กอายุ ๑๒ ปี มีฟันแท้ผุลดลง ร้อยละ น้อยกว่า 65
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด50
-
ผู้ปกครองเเด็กกลุ่มอายุ 0 - 5 ปี100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพตามกลุ่มวัย รพ.สต.โคกเคียน
กิจกรรมที่ 1. อบรมเชิงปฏิบัติการในการดูแลทันตสุขภาพช่องปากให้กับหญิงตั้งครรภ์ 1.1ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ จำนวน 50 คนๆ ละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 2,500.-บาท 1.2 ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ จำนวน 50 คนๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500.-บาท 1.3ค่าตอบแทนวิทยากรวันละ 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600.-บาท 1.4 ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.2 x 3 เมตร จำนวน 2 ผืน เป็นเงิน 1,800 -บาท
กิจกรรมที่ ๒ อบรมเชิงปฏิบัติการในการดูแลทันตสุขภาพช่องปากเด็ก 0-5 ปี แก่ผู้ปกครอง 1.1ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ ( จำนวน 2 วันๆละ 50 คน)จำนวน 100 คนๆ ละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000.-บาท 1.2ค่าอาหารกลางวันผู้ปกครอง ผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ( จำนวน 2 วันๆละ 50 คน) จำนวน 100 คนๆ ละ50 บาท เป็นเงิน 5,000.-บาท 1.3ค่าตอบแทนวิทยากร 12 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน7,200.-บาท 1.4ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.2 x 3 เมตร จำนวน 2 ผืน เป็นเงิน1,800.-บาท 1.5ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรม เป็นเงิน 4,900.-บาท
กิจกรรมที่ ๓ อบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำสุขภาพนักเรียน (2 วัน ) 1.1 ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆ ละ 50 บาทเป็นเงิน5,000.- บาท 1.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ 25 บาท จำนวน2 มื้อเป็นเงิน5,000.-บาท 1.3ค่าวิทยากรกลุ่มประจำฐาน จำนวน 5 ฐานๆ ละ 1 คน คนละ 3 ชม.ๆ ละ 600.- บาท ( จำนวน 2 วัน )เป็นเงิน 3,600.- บาท 1.4ค่าวิทยากรอบรมให้ความรู้ทั่วไปทางทันตสุขภาพ 1 คน 3 ชม.ๆ ละ600.- บาท( จำนวน2 วัน ) เป็นเงิน3,600.- บาท 1.5 ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.2x 3 เมตร จำนวน 1 ผืนเป็นเงิน900.-บาทถึง- หญิงตั้งครรภ์เข้าร่วมโครงการจำนวน 50 คน
- ผู้ปกครองกลุ่มเด็กอายุ 0 - 5 ปี เข้าร่วมโครงการ จำนวน 100คน
- กลุ่มเด็กนักเรียนประถมศึกษาเข้าร่วมโครงการจำนวน100 คน
52400.00 บาท
๑. หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติที่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและบุตร
๒. เด็กปฐมวัยที่มีฟันผุระยะเริ่มแรกลดลงหลังได้รับการทาฟลูออไรด์วานิชและผู้ปกครองมีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรมากขึ้น
๓. เด็กนักเรียนมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นและปราศจากโรคฟันผุเพิ่มมากขึ้น
๔. กลุ่มวัยทำงานได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและได้รับบริการทันตกรรมเพิ่มมากขึ้น
๕. ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและเข้าถึงบริการมากขึ้น
๖. เกิดการพัฒนาและมีการจัดบริการส่งเสริม ป้องกันในระบบบริการปฐมภูมิ ในภาคีเครือข่ายเด็กปฐมวัยและวัยเรียนโรคฟันผุลดลง ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
