โครงการฝากครรภ์ตามเกณฑ์ก่อน 12 สัปดาห์ ปี2562
-
๑.นางจำรัส ช่วยออก
-
นางศิริวรรณทองมี
-
นางฉวีวรรณชัยแก้ว
-
นายสาโรจน์ จิตรา
-
นางอรรถพรจงเจริญวิทย์
เด็กคือทรัพยากรที่อันทรงคุณค่าและเป็นอนาคตของชาติที่ควรได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ปัจจุบันพัฒนาการของเด็กไทยโดยเฉพาะความฉลาดทางสติปัญญา(IQ) มีแนวโน้มลดลง ปัจจัยที่ส่งผลต่อสติปัญญาเด็ก ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ เช่น การขาดธาตุไอโอดีน โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์ การขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม และการอบรมเลี้ยงดูการพัฒนาสุขภาพเด็กปฐมวัย ยังต้องเร่งรัดกลยุทธ์ กลวิธี อีกหลายประการรวมทั้งการกระตุ้นพัฒนาการเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี ซึ่งเซลล์สมองเจริญเติบโตร้อยละ 80 เป็น”หน้าต่างแห่งโอกาส” ของการกระตุ้นและฝึกทักษะให้ได้รับการกระตุ้นทางการสัมผัสทั้ง 5 ตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส และได้สัมผัส ทั้งแต่แรกเกิด ด้วยความรักจากแม่จะช่วยให้สานใยประสาทเซลล์สมองเพิ่มมากขึ้น ให้เด็กฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว มีชีวิตชีวา รู้เหตุผล และเติบโตอย่างมีคุณภาพ อาหารที่สำคัญที่สุดของเด็กคือ “นมแม่”เด็กที่ดื่มนมแม่จะมีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญา(IQ)เหนือกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ 3-10 จุด เมื่อแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การโอบกอดสัมผัส อุ้มลูกไว้ในอ้อมอก ส่งเสียง พูดคุย หยอกล้อ เด็กได้รับประสาทสัมผัสประสาททุกด้าน ส่งผลให้พัฒนาการเด็กสมวัยและฉลาดมากขึ้นที่จะส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และให้เลี้ยงควบคู่กับอาหารตามวัยจนลูกอายุครบ 2 ปี หรือมากกว่านั้น แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีจำนวนลดลงอย่างมาก สาเหตุที่สำคัญของปัญหาส่วนใหญ่เนื่องจากความไม่ต่อเนื่องในการสนับสนุนการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างจริงจัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่บุคลกรทุกระดับที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ชมรมอสม รพ.สต บ้านนามท่ามจึงใช้กิจกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สร้างสายใยรัก และความผูกพันของครอบครัว อบรม บ่มเพาะและหล่อหลอมให้เด็กเติบโตเป็นเด็ก แข็งแรง ฉลาด อารมณ์ดี จิตใจดี มีความสุข
-
1. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์เห็นความสำคัญของการฝากครรภ์ก่อน12สัปดาห์และมาฝากครรภ์ครบทุกครั้งตามนัด92.00
หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อน12 สัปดาห์ ร้อยละ92
-
2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มีความรู้และสามารถปฎิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์90.00
หญิงตั้งครรภ์ไมีมีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ร้อยละ 90
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรม
1.แต่งตั้งคณะทำงานโครงการตำบลนมแม่เพื่อสายใยรักแห่งครอบครัว
2.ประชุมคณะทำงาน
3.ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4.จัดตั้งชมรมสายใยรักแห่งครอบครัว
5.จัดประชุมให้ความรู้แก่สมาชิกชมรมสายใยรักแห่งครอบครัวและหญิงก่อนคลอด
6.เยี่ยมบ้านหญิงก่อนคลอดและมารดาหลังคลอดเพื่อติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
7.เตรียมอาหารเสริมนม และชุดส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
8.เตรียมเอกสารแผ่นพับให้ความรู้เรื่องนมแม่
9.สรุปผลการดำเนินโครงการ
กิจกรรมอบรม
1.ค่าอาหารว่างและอาหารกลางวันจำนวน 60 คนๆละ100บาท เป็นเงิน 6,000บาท
2.ค่าวิทยากรจำนวน 6 ชั่วโมงๆละ600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
3.ค่าวัสดุในการอบรม เป็นเงิน 400บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น10,000บาท
(ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้)
ถึง1.หญิงตั้งครรภ์ให้ความสำคัญของการฝากครรรภ์ก่อน 12 สัปดาห์และมาฝากครรภ์ครบทุกครั้งที่นัด 2.หญิงตั้งครรภ์มีความรู้ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
10000.00 บาท
- หญิงตั้งครรภ์เห็นความสำคัญของการฝากครรภ์ก่อน12สัปดาห์และมาฝากครรภ์ครบทุกครั้งตามนัด 2.หญิงตั้งครรภ์มีความรู้และสามารถปฎิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์
