โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดโรค ลดพุง
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน
-
จำนวนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากขึ้น50.00
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม จากผลการการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน ปี 2561 พบว่า มีกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 400 คน และกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน จำนวน 174 คน นอกจากนี้กลุ่มป่วยที่รับยาที่ รพสต. ตั้งแต่ปี 2559 - 2561 จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน 20 คน ความดันโลหิตสูง 161 คนเบาหวานและความดันโลหิตสูง 48 คน ทั้งสิ้น 229 ราย และจากสถิติผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่พบป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตในการลดการเกิดของโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดต้องทำโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมทั้งหมดด้วยการรณรงค์เรื่องวิถีชีวิต ทำให้เกิดความตระหนักในอันตรายของอาหารที่ทำให้เกิดความอ้วน อันตรายของชีวิตที่กินๆนอนๆไม่ขยับเขยื้อน ไม่ออกกำลังกาย การปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะส่งผลให้โรคแทรกซ้อนเกิดเร็วขึ้น
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าจีน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว และตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเกิดโรคเรื้อรังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ข้อที่ 2 เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง รายใหม่0.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 80
จำนวนผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 10
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ 1.1 อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันโลหิตสูง - ผู้เสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จำนวน 50คน - ผู้เข้าร่วม/ประธาน 4 คน - วิทยากร 1 คน 1.2 อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันโ
ค่าวิทยากร500 บาท x 6 ชม. x 1 คนx= 3,000บาท
ค่าวัสดุอาหารสดสาธิต2,190 บาท
(ตามรายการแนบท้าย)
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x55คน = 3,300 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(เช้า)
25 บาท x55คน = 1,375 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(บ่าย)
25 บาท x51 คน= 1,275 บาท
- ค่าจ้างจัดทำป้ายไวนิลโครงการ
ขนาด 1.5เมตร x 2.5 เมตรx 1แผ่น= 562 บาท
Roll up พร้อมงานพิมพ์ (ก็อสซี่) 80 x 200 ซม. X 1,500 บาท x 5 ชุด = 7,500 บาท
ค่าแผ่น StipAccuchek ตรวจน้ำตาล 2 กล่อง x 1,600 บาท x 3 ครั้ง = 9,600 บาท
ค่าเข็มเจาะเลือด 900 บาท x 3 กล่อง = 2,700 บาท
- เครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร
5 เครื่อง x 2,500 = 12,500 บาท
ค่าวิทยากร 500 บาท x 6 ชม. x 1 คน x = 3,000บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(เช้า)
25 บาท x51 คน = 1,275 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(บ่าย)
25 บาท x51 คน= 1,275 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x55 คน = 3,060 บาท
ถึง52612.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากขึ้น 2.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รายใหม่ลดลง
