โครงการพัฒนาระบบการให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่สู่ชุมชน
-
ทพญ. กนกวรรณฮ่องสาย
-
ทพญ.วิไลลักษณ์หนูฤทธิ์
-
นางสาวทิราภรณ์ทองรักษา
-
นางสาวนุรรัยมีย์แยบคาย
-
นางสาวขัยรีหย๊ะซะยานัย
หลักการและเหตุผล
ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชนไทยยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะโรคฟันผุและปริทันต์อักเสบ เป็นปัญหาที่เด่นชัดซึ่งเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะลุกลามและสูญเสียฟันในที่สุด ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย การสบฟัน ตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 35-44 ปี ปัญหาที่พบเกิดจากรอยโรคสะสม ทั้งปัญหาสภาวะปริทันต์ ที่พบการอักเสบของเหงือก มีเลือดออกง่าย ร้อยละ 62.4 ปัญหาปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายของกระดูกรองรับรากฟันร่วมด้วยซึ่งพบร้อยละ 25.9 และปัญหาโรคฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 43.3 โดยปัญหาดังกล่าว จะแสดงอาการที่รุนแรงจนเกิดความเจ็บปวดและการสูญเสียฟันในช่วงอายุต่อไป ถ้าไม่ได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาที่เหมาะสมทันเวลา นอกจากนี้ในวัยนี้ยังมีพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ที่พบร้อยละ 17.9เฉลี่ย 10.4 มวนต่อวัน รวมทั้งพฤติกรรมการไปใช้บริการในรอบปีร้อยละ 42.3 ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.3 ไปรับบริการเมื่อมีหินน้ำลายและร้อยละ 27.8 ไปรับบริการเมื่อมีอาการปวดและเสียวฟันแล้ว มีเพียงร้อยละ 15.8 เท่านั้น ที่ไปรับบริการเพื่อต้องการตรวจเช็คโดยไม่มีอาการ กลุ่มวัยทำงานส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.5 ที่ไม่ไปใช้บริการในรอบปีที่ผ่านมา เนื่องจากร้อยละ 68.6 ยังไม่รู้สึกว่าสุขภาพช่องปากมีปัญหา เพราะยังไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติใดๆ และร้อยละ 25.7 เนื่องจากไม่มีเวลา ดังนั้น สำหรับกลุ่มวัยทำงานนอกจากการทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และความรู้เพื่อการดูแลอนามัยช่องปากตนเองแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยเฉพาะสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันโรคปริทันต์และฟันผุบริเวณด้านประชิด
จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากในวัยทำงานอำเภอละงู โดยอ้างอิงข้อมูลจากโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาโมเดลประเมินความเสี่ยงการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่ ของทพญ.สุภาวดี เนาว์รุ่งโรจน์ซึ่งได้มาศึกษาและสำรวจสภาวะทันตสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-65 ปี จำนวน 250 คน ในพื้นที่ตำบลกำแพงและตำบลปากน้ำ อำเภอละงูพบว่าแม้ส่วนใหญ่จะมีการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง ขึ้นไปแต่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 70 ก็ยังมีหินปูนและมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบและปริทันต์รวมถึงมีปัญหาฟันผุมากกว่าร้อยละ 50 แสดงว่ากลุ่มตัวอย่างดังกล่าว ยังมีปัญหาด้านคุณภาพการแปรงฟันและจากผลสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากในโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงาน สำหรับ อสม. ในเขตตำบลกำแพง จำนวน 7 หมู่บ้าน โดยฝ่ายทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลละงู ปีงบปรมาณ 2560 พบว่ากลุ่มตัวอย่างอายุเฉลี่ย 46.74 ปี พบมีปัญหาเหงือกอักเสบ ร้อยละ 100มีฟันผุเฉลี่ย 3.57 ซี่ต่อคน มีฟันแท้ที่สามารถใช้งานได้เพียง 18.87 ซี่ต่อคน และมีคู่สบฟันแท้ที่สามารถใช้งานได้ ๓.๒๒ คู่ต่อคนเท่านั้น ประกอบกับอัตราการเข้าถึงบริการทันตกรรมในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59ปีในปีงบประมาณ 2560 ในเขตอำเภอละงูยังมีจำนวนน้อย เพียงร้อยละ 10.34
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาโรคฟันผุและโรคปริทันต์อักเสบในเขตตำบลกำแพง ฝ่ายทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลละงู จึงได้จัดทำโครงการออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ในหมู่บ้าน โดยเริ่มทำในหมู่บ้านนำร่องต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงาน สำหรับ อสม. ในเขตตำบลกำแพง ปีงบประมาณ 2560 ผ่านทาง อสม.แกนนำในหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น
-
ข้อที่ 1. เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมได้สะดวกขึ้น90.00
- จำนวนผู้เข้ารับบริการทันตกรรมทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
-
กลุ่มวัยทำงาน490
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ออกหน่วยให้บริการทันตกรรมภายในหมู่บ้าน ทั้งหมด 7 หมู่ (1,2,5,7,8,9 และ 10) หมู่ละ 2 วัน
รายละเอียดกิจกรรม
- ให้ความรู้เกี่ยวกับทันตสุขศึกษา การแปรงฟันที่ถูกวิธี แก่กลุ่มเป้าหมาย
- ฝึกทักษะการแปรงฟันและย้อมสีฟันให้แก่ผู้มารับบริการและผู้ที่สนใจ โดบแบ่งเป็น 5 กลุ่มๆละ 7 คน มีวิทยากรประจำกลุ่ม 1 คน (วิทยากร คือ อาสาสมัครแกนนำที่ผ่านการอบรมจากโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงาน สำหรับ อสม.) โดยเจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข เป็นพี่เลี้ยง
- ตรวจสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนในหมู่บ้านที่มารับบริการทันตกรรม โดยบริการถอนฟันวันละ 20 ราย และขูดหินน้ำลายวันละ 15 ราย
งบประมาณ
- ค่าวิทยากรสำหรับ อสม.แกนนำ..300..บ. x 5 คน X 14 วัน = 21,000 บ.
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับคณะทำงาน.65..บ.x.14..คน X 14 วัน = 12,740 บ.
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับคณะทำงาน..25..บ.x 14 คน x 2 มื้อ X 14 วัน = 9,800 บ
- ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกทักษะการให้ทันตสุขศึกษาและแปรงฟัน..50..บ.x 490 คน = 24,500 บ.
- ค่าไวนิล ขนาด 80 x 120 ซม. ราคา 300บ. X 2 ผืน = 600 บ.
ค่าวัสดุทางทันตกรรม
- ยาชา 2% lidocaine 440 บ X 6 กล่อง = 2,640 บ
- ยาชา 4% artricaine 570 บ X 2 กล่อง = 1,140 บ
- หลอดดูดน้ำลาย 850 บ X 5 ถุง = 4,250 บ
- ผงขัดฟันผสมฟลูออไรด์ 160 บ X 1กระปุก = 160 บ
- เข็มสั้น 220 บ X 2 กล่อง = 440 บ
- เข็มยาว 220 บ X 1 กล่อง = 220 บ
- หัวขัดฟัน rubber brush350 บ x 1 ถุง =350 บ
ค่าครุภัณฑ์ทางทันตกรรม
- Syringe ฉีดยาชาสำหรับทันตกรรม 2,250 บ x 20 อัน =45,000 บ
- หัวขูดหินน้ำลาย P10730 บ x 15 อัน =10,950 บ -เครื่องขูดหินน้ำลาย 26,000 บ x 1 เครื่อง= 26,000 บ
- คีมถอนฟันบน No.1502,270 บ x 10อัน = 22,700 บ.
- คีมถอนฟันล่างNo.1512,270 บ x 10อัน = 22,700 บ
- Luxators 3C 1,680 บ X 10 อัน =16,800 บ.
*ค่าวิทยากร จาก รพ.ละงู ไม่ขอเบิก
ถึงผลผลิต (Output)
รายงานผลและนำเสนอโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง
มีรูปเล่มรายงานผลโครงการเสนอกองทุนตำบลอย่างน้อย 2 เล่ม
ผลลัพธ์ (Outcome)
มีการต่อยอดโครงการและขยายโครงการสู่พื้นที่อื่นๆ
มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นและสามารถถ่ายทอดสู่หน่วยงานอื่นได้
221990.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ติดตามผลกลุ่มเป้าหมายที่มารับบริการทันตกรรม
รายละเอียดกิจกรรม
ตรวจ/ติดตามสุขภาพช่องปากกลุ่มเป้าหมายหลังมารับบริการ โดย อาสาสมัครแกนนำและเจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข
กรณีพบปัญาหาสุขภาพช่องปาก ส่งต่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
งบประมาณ
ไม่ขอใช้งบประมาณ
ถึงผู้เข้ารับบริการทันตกรรมทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รายละเอียดกิจกรรม
จัดทำเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้ง
จัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการเมื่อเสร็จโครงการ
งบประมาณ
ค่าเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้งๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่ายานพาหนะในการเดินทาง จำนวน 2 คนๆละ 2 ครั้งๆละ 100 บาท เป็นเงิน 400 บาท
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 4 เล่มๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ถึงผู้เข้ารับบริการทันตกรรมทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย
2400.00 บาท
- ประชาชนในหมู่บ้าน เขตตำบลกำแพงสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมได้สะดวกขึ้น และได้รับการรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่อง
- ประชาชนที่มารับบริการทันตกรรมมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และสามารถลดอัตราการเกิดโรคในช่องปากและลดการสูญเสียฟันแท้ได้
