โครงการควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ) ปีงบประมาณ 2562
ด้วยปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคไตเรื้อรัง
จากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส ปี ๒๕6๑ ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปจำนวน2,564 คน ได้รับการคัดกรองความดันโลหิต จำนวน 2,388 คน คิดเป็น 93.14และเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง ( BP > 120-140/80-90 mmHg) จำนวน 1,235 คน คิดเป็น 51.72 และสงสัยป่วย จำนวน 80คน คิดเป็น 3.35% และมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 80 คน
ประชากร 35 ปีขึ้นไป จำนวน 2,954 คนได้รับการคัดกรองเบาหวาน จำนวน2,758 คน คิดเป็น93.36% และเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวานจำนวน 480 คิดเป็น 17.40%,สงสัยป่วย จำนวน 46 คน คิดเป็น1.67 % และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 303 ราย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จำนวน 86 ราย คิดเป็น 28.38 กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 749 ราย ควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้ จำนวน 296 ราย คิดเป็น 39.52 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 34 คน หากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ในอนาคตการรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรครวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวาน ความดันหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปาเสมัส ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยได้จัดโครงการควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด ) ปี 2562 ขึ้นโดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในกลุ่มที่เสี่ยงและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน90.00
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร้อยละ 90
-
เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มความดันโลหิตสูงและเบาหวาน10.00
ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง40
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง2732
-
กลุ่มป่วยความดัน/เบาหวาน รายใหม่/รายเก่า50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการรณรงค์คัดกรองประชากรที่มีอายุ35 ปีขึ้นไป (ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน)
- แบบคัดกรอง จำนวน 2,000 แผ่นๆละ 0.50 สตางค์ เป็นเงิน 1,000 บาท
- เครื่องวัดความดันโลหิต(ใช้ในหมู่บ้านหมู่ละ2เครื่อง) ราคาเครื่องละ 2,000 บาท จำนวน 8 เครื่องเป็นเงิน 16,000 บาท
- เครื่องตรวจน้ำตาลจากปลายนิ้ว(ใช่ในหมู่บ้าน)ราคาเครื่องละ2,370 บาท จำนวน 2 เครื่อง เป็นเงิน 4,740 บาท
- แถบตรวจน้ำตาลในเลือด ราคากล่องละ490บาท(30ชุด)จำนวน 60 กล่อง เป็นเงิน 29,400บาท
รวมเป็นเงิน 51,140 บาท
ถึง51140.00 บาท -
อบรมเชิงปฎิบัติปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 60 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการ 50 คน และจนท.ผู้เกี่ยวข้อง 10 คน X 25 บาท X 2 มื้อเป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมโครงการ60 คนและจนท.ผู้เกี่ยวข้อง 10 คนX 50 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 3 คน X 400 บาท X 1 ชม. X 1 วัน เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 5 คน X 300 บาท X 2 ชม.X 1 วันเป็นเงิน 3,000 บาท(Work shop 5 ฐาน ฐานละ 25 นาที และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ชม.)
- ค่าวัสดุอาหารทำ Work shop 5 ฐาน X 300 บาท X 5 ฐาน เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าจัดทำแบบบันทึกสุขภาพ “กินอยู่อย่างไร ห่างไกล Stroke”50คน X 15บาท เป็นเงิน 750 บาท
- ค่าจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สติ๊กเกอร์กินจืดยืดชีวิตและสัญญาณเตือนโรค Stroke 150 แผ่นX 25 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม
- ถุงผ้าลดโลกร้อนขนาด 12x14นิ้ว ใบละ 20 บาท จำนวน 50 ใบ เป็นเงิน 1,000 บาท
- สมุดปกอ่อนเล่มละ 10 บาท จำนวน 50 เล่ม เป็นเงิน 500 บาท
- ปากกาแท่งละ 5 บาท จำนวน 50 แท่ง เป็นเงิน 250 บาท
รวมเป็นเงิน 17,950 บาท
ถึง17950.00 บาท -
ประชุมติดตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในหมู่บ้าน จำนวน 50 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คน มื้อละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 1,250 บาท
รวมเป็นเงิน 1,250 บาท
ถึง1250.00 บาท -
ประชุมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วยในคลินิก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) จำนวน 40 คน
- ชุดธงปิงปองจราจรชีวิต 7 สี พร้อมขาตั้ง 1 ชุด จำนวน 7 ชิ้น เป็นเงิน 4,900 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 40 คน มื้อล ะ25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 40 คน มื้อละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 คน ชม.ละ 400 บาท จำนวน 3 ชม.เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 3 คน X 300 บาท X 2 ชม.X 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท(Work shop 4 ฐาน ฐานละ 30 นาที และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ชม.)
- ค่าวัสดุอาหารทำ Work shop 4 ฐาน X 300 บาท X 4 ฐาน เป็นเงิน 1200 บาท
- ถุงผ้าลดโลกร้อนขนาด 12 x 14 นิ้ว ใบละ 20 บาท จำนวน 40 ใบ เป็นเงิน 800 บาท
- สมุดปกอ่อนเล่มละ 10 บาท จำนวน 40 เล่ม เป็นเงิน 400 บาท
- ปากกาแท่งละ 5 บาท จำนวน 40 แท่ง เป็นเงิน 200 บาท
ถึง14500.00 บาท - ชุดธงปิงปองจราจรชีวิต 7 สี พร้อมขาตั้ง 1 ชุด จำนวน 7 ชิ้น เป็นเงิน 4,900 บาท
-
ประชุมติดตามประเมินพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วยในคลินิก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) จำนวน 40 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 40 คน มื้อละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 2 ครั้งเป็นเงิน 2,000บาท
รวมเป็นเงิน 2,000 บาท
ถึง2000.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 40 คน มื้อละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 2 ครั้งเป็นเงิน 2,000บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการเข้าถึงบริการครอบคลุมเพิ่มขึ้น
- ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีการจัดการสุขภาพ มีทักษะ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคที่เหมาะสม กลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องได้รับการรักษาตามแนวทางมาตรฐานการรักษาและมีสุขภาพดีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลง
- กลุ่มป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันให้อยู่ในเกณฑ์ได้
