โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
-
นางสาววีรยาเพชรหนู
โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยจากข้อมูลสถิติสาธารณสุขปี พ.ศ.2546(สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548)พบว่าอัตราตายจากโรคมะเร็งของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นและโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยได้แก่มะเร็งตับมะเร็งปอดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมตามลำดับสำหรับสตรีไทยโรคมะเร็งปากมดลูกมีอุบัติการณ์สูงเป็นอันดับหนึ่งของโรคมะเร็งทุกชนิด (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548) นอกจากนี้ยังพบว่า การตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของปากมดลูกตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งตามขั้นตอน ที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถลดอุบัติการณ์และอัตราการตายของโรคมะเร็งปากมดลูกได้เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติโดยการทำPap smearหรือVIA ประกอบกับการดำเนินโรคเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรักษาตามระบบ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญของปัญหาจึงให้การสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแก่กระทรวงสาธารณสุข โดยมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ดำเนินโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีPap smearและVIA ในสตรีไทยอายุ30-60ปีกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัด ร้อยละของสตรี 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสะสม ผลงาน พ.ศ. 2558 – 2562ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่างิ้ว ตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เห็นความสำคัญของปัญหานี้ เนื่องจากตั้งแต่ปี 2558 จนถึง 2560 สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปี ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้เพียง ร้อยละ 47.39 (435 ราย) จากเป้าหมาย 919 คน ซึ่งในปี 256๑ ได้รับคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพิ่มเป็น ร้อยละ 82.37(757 ราย)และตรวจพบผิดปกติ ส่งต่อพบแพทย์ จำนวน 2 ราย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพท่างิ้วจึงได้ดำเนินการจัดทำ โครงการเพิ่มการเข้าถึงบริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในปีงบประมาณ 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
-
๑. เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกและตรวจเต้านมอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐298.00
๑. สตรีกลุ่มเสียงอายุ ๓๐-๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
-
๒. เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป มีความรู้และสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐298.00
๒. สตรีกลุ่มเสียงอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปได้รับความรู้และสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง
-
3.เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบ298.00
๓. ประเมินความพึงพอใจและสรุปผลการ
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ,ตรวจ PAP และตรวจเต้านมโดย จนท.
-ค่าอาหารว่าง..25.บ.x298 คน= 7,450 บ.
ค่าอาหารกลางวัน ๑ มื้อ 80 บ. X 298 คน=23,840 บ.
ค่าจัดทำเอกสารให้ความรู้มะเร็งปากมดลูก และการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ๕ บ. x ๒๙๘ ชุด = ๑,๔๙๐ บ.
ถึง๑. สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐
๒. สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป มีความรู้และสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐
3.สามารถค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบได้
32780.00 บาท -
2.กิจกรรมตรวจมะเร็งปากมดลูกและตรวจเต้านม หญิงอายุ ๓๐-๖๐ ปีถึง0.00 บาท
๑. สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ ๒. สตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป มีความรู้และสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ 3.สามารถค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบได้
