โครงการอาหารและโภชนาการ ใส่ใจรักสุขภาพกับรอมฎอนอันประเสริฐยิ่ง
-
ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำและมีน้ำหนักเกินกว่าปกติ มักมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด0.00
ทุกปีในเดือนรอมฎอน ผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคเบาหวาน โรคไต ผุ้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนไต หรือนิ่วที่ไต โรคปอดและหัวใจที่รุนแรง โรคกระเพาะ โรคลมชัก และโรคไมเกรน ซึ่งหากผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังที่ตั้งใจจะถือศีลอด ควรแจ้งให้แพทย์ที่รักษาเป็นประจำได้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะเริ่มถือศีลอดเพื่อขอคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายเพื่อการตรวจรักษาได้ทันเวลา
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน10
-
กลุ่มวัยทำงาน70
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด10
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง20
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ10
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง70
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.1 กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุ 1.2 จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่นคัดกรอง วัดความดันโลหิตสูง และเจาะหาน้ำตาลในเลือด 1.3 กิจกรรมสอนวิธีการออกกำลังกาย และเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสมของแต่ละคน
การปรับยาของผู้ป่วยโรคประจำตัวในช่วงรอมฎอน
เปลี่ยนเวลากินยา ได้แก่ ยาเช้า ให้ไปกินเย็น ยาเย็นให้ไปกินหัวรุ่ง
ปรับยาเบาหวาน : กินก่อนอาหารลดยาลง ครึ่งหนึ่ง เช่นเดิมกิน 1 เม็ด ก็กิน 1/2เม็ด เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำ
ปรับยาฉีด : ยาฉีดเช้า ไปฉีดเย็น , ยาฉีดเย็น ไปฉีดหัวรุ่งแต่ลดเหลือแค่ครึ่งdose อย่างไรก็ตามการปรับยาควรต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวเท่านั้น และ หากมีภาวะน้ำตาลต่ำหรือน้ำตาลสูง เช่น เป็นลม อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมาก ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ถึงผู้ป่วยเบาหวาน ที่แพทย์สั่งยาฉีด หรือยารับประทานให้ก่อนหรือหลังอาหารเช้า, กลางวัน, เย็น เป็นต้น ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนเวลาไปเป็นเวลาก่อนหรือหลังอาหาร ที่ท่านรับประทานจริงๆ ไม่เช่นนั้น ท่านอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปจนอาจเกิดอันตรายได้ านที่เป็นโรคหลอดเลือดตีบ แพทย์มักสั่งยาป้องกันการจับตัวกันของเกร็ดเลือด เช่น ยา แอสไพริน เป็นต้น ซึ่งก็ต้องรับประทานหลังอาหารที่ท่านรับประทานจริง เช่น อาจจะเปลี่ยนไปรับประทานยาหลังอาหารมื้อค่ำ เ
37950.00 บาท
- เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจความพร้อมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง
- เพื่อส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจในการเลือกซื้ออาหาร การทำความสะอาด การประกอบอาหารอย่างถูกวิธีและถูกสุขลักษณะ
- เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพและป้องกันการเจ็บป่วยในระหว่างถือศีลอดได้
