โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดพุง หุ่นดี ด้วย DPAC
ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และ โรคมะเร็งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับประเทศ เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนคนไทย มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตราเสี่ยงและอัตราการเกิดของโรคอ้วนลงพุง หรือ โรคเมตาบอลิก ซินโดรม (Metabolic syndrome)และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้น จากรายงานสถิติสุขภาพทั่วโลก พ.ศ. 2555 ขององค์การอนามัยโลกพบว่า 1 ใน 10 ของประชาชนในวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและ 1 ใน 3 มีภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนี้พบว่าประมาณร้อยละ 63 ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลกเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย/การมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) การมีพฤติกรรมสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ (Diet) ที่เหมาะสม ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มการรับประทานผักผลไม้ควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโภชนาการเกินลดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา จัดการอารมณ์ เน้นการลดปัจจัยเสี่ยง ป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วนลงพุง และป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้แก่ประชาชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทะเลเหมียง มีกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในปี 2561 จำนวน 213 คน คิดเป็นร้อยละ 18.44 กลุ่มสงสัยเป็นโรค 21 คน คิดเป็นร้อยละ 1.82 กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 510 ราย คิดเป็นร้อยละ49.66กลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน79คนคิดเป็นร้อยละ 7.69 ซึ่งหากกลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแลก็จะกลายเป็นกลุ่มป่วยในเวลาต่อมา
-
ข้อที่1.เพื่อพัฒนาให้กลุ่มเสี่ยงมีการเรียนรู้อย่างถูกต้องในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการกับอารมณ์ ที่เหมาะ0.00
1.ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการเรียนรู้ในการดูแลตนเองเพื่อควบคุมน้ำหนักและไขมันในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และจัดการกับอารมณ์ที่เหมาะสม ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 2.เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI) รวมทั้งควบคุมภาวะไขมันในเลือดและมีรอบเอวที่เหมาะสม0.00
2.ผู้เข้ารับการอบรมมีแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวและไขมันรวมทั้งมีรอบเอวที่เหมาะสม ร้อยละ 30
-
ข้อที่ 3.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมและสามารถควบคุมน้ำหนักตัว ลดรอบเอวและไขมันในเลือดได้0.00
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในเรื่องการบริโภคอาหาร ออกกำลังกายและการจัดการอารมณ์
ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 600 บาท
ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 30คนๆละ 1 มื้อๆละ 80 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าอาหารว่าง สำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 30 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500บาท
ค่าวิทยากรการอบรม จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ถึง7500.00 บาท -
กิจกรรมประเมินภาวะสุขภาพ รายบุคคล ตรวจ DTX, เจาะหาไขมันในเลือด
- ค่าเจาะเลือด Lipid profile ครั้งที่ 2 จำนวน 30 คนๆละ 200 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
-ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต(Home BP) จำนวน ๔ เครื่องๆละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท
ถึง16000.00 บาท - ค่าเจาะเลือด Lipid profile ครั้งที่ 2 จำนวน 30 คนๆละ 200 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
-
กิจกรรมติดตามกลุ่มเป้าหมายเพื่อติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน ๖ ครั้ง
-ค่าอาหารว่างจำนวน 30 คนๆละ 25 บาท จำนวน 6 ครั้ง เป็นเงิน 4,500 บาท
ถึง4500.00 บาท -
กิจกรรมติดตามการรับประทานอาหาร/การออกกำลังกาย จากการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล
-ค่าสมุดประจำตัวกลุ่มเสี่ยง จำนวน 30 เล่มๆละ 30 บาท เป็นเงิน 900 บาท
ถึง900.00 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้อย่างถูกต้องในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการกับอารมณ์ที่เหมาะสม
๒.ผู้เข้ารับการอบรมมีแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวและไขมันรวมทั้งมีรอบเอวที่เหมาะสม
