โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างสุขสูงวัยอย่างมีคุณค่า
ผู้สูงอายุเป็นบุคคล ที่สถาบันครอบครัวไทยให้การเคารพยกย่องมากที่สุด เพราะเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในชีวิตสูงเป็นผู้ถ่ายทอดความสามารถ ประเพณี วัฒนธรรมและค้ำจุนจิตใจ ให้แก่บุคคลในครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยจะสูญเสียความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันความสามารถเสื่อมถอยต้องอาศัยญาติและครอบครัวคอยดูแล ทำให้เกิดภาระ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายของครอบครับ ผลกระทบต่อภาวะทุพพลภาพในผู้สูงอายุเกิดจากกระบวนการการสูงวัยและโรคต่าง ๆมากมายทำให้เกิดปัญหา ทั้งด้านสุขภาพทางกาย สุขภาพจิต เศรษฐกิจ และสังคม ปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว และปัญหาค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญเป็นกลุ่มประชากรที่ใช้บริการสุขภาพสูงกว่าวัยอื่น ๆ และจะต้องใช้จ่ายงบประมาณของประเทศในด้านการรักษาพยาบาลสูง จากสถิติพบว่าปี 2561 ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลนครยะลา ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 8,486 คน คิดเป็นร้อยละ 13.93 สามารถแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่1 ติดสังคม จำนวน 8,363 คน คิดเป็นร้อยละ 98.55 กลุ่มที่ 2 ติดบ้าน จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 0.64 กลุ่มที่ 3 ติดเตียง จำนวน 54 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.63 (ข้อมูล ณ วันที่1 สิงหาคม 2561) และจากคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2560 ประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไป ในพื้นที่เทศบาลนครยะลา มีการเจ็บป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเรื้อรังทางเดินหายใจ คิดเป็น 9,662.07, 24,702.52, 809.14, 1,261.30 และ 333.17 ต่อแสนประชากรตามลำดับ การเตรียมความพร้อมประชาชนในกลุ่มนี้ ให้มีความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง เข้าสู่วัยผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อาศัยการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการได้รับการพัฒนาด้านสุขภาพกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะการได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ สามารถป้องกันและแก้ไขภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปัญหาสุขภาพร่างกาย รวมทั้งปัญหาสุขภาพจิต ช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น และมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์แข็งแรง อย่างไรก็ตามการมารับความรู้ในโรงเรียนผู้สูงวัย พร้อมกับการออกกำลังกายนี้จำเป็นต้องจัดให้เหมาะสมกับร่างกาย เช่น เพศ และความแข็งแรงที่มีอยู่ เนื่องจากการออกกำลังกายมากเกินไป หรือหักโหมจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ การออกกำลังกายเป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการเสื่อมโทรมของร่างกายแล้วยังสามารถแก้ไขความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นแล้วได้ด้วยการออกกำลังกาย ดังนั้น เทศบาลนครยะลา จึงจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างสุขสูงวัยอย่างมีคุณค่า เพื่อให้การดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
-
1. เพื่อพัฒนาศักยภาพความรู้แก่แกนนำผู้สูงอายุทั้ง 40 ชุมชน ในเรื่องการเขียนโครงการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ0.00
- แกนนำผู้สูงอายุมีความรู้ ในด้านการเขียนโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 (กิจกรรมที่ 2)
-
2. เพื่อส่งเสริมและเตรียมความพร้อมประชาชนให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณค่า0.00
- ร้อยละ 80 ของกลุ่มเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัย
ผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพมีความรู้เพิ่มขึ้นในการดูแลตนเอง (postes)
-
3.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึ่งประสงค์ สามารถดูแลตนเองได้0.00
- สมาชิกผู้สูงอายุมีการเข้าร่วมในแต่ละกิจกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมายที่ได้วางไว้ (กิจกรรมที่ 3)
-
4. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ คุณค่าภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ให้ดำรงสืบไป0.00
- สมาชิกศูนย์ฯผู้สูงอายุมีการเข้าร่วมในแต่ละกิจกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมายที่ได้วางไว้
-
5. เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทางด้านร่างกายและจิตใจ0.00
-
6. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม0.00
- สมาชิกศูนย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 (กิจกรรมที่ 4)
-
7.เพื่อใช้ในการตรวจสุขภาพทางกายให้กับผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงทุกกลุ่มวัย ทุกสิทธิ ในเขตเทศบาลนครยะลา0.00
- ร้อยละ 100 ผู้ป่วยที่ภาวะพึ่งพิงทุกกลุ่มวัย ทุกสิทธิ ในเขตเทศบาลนครยะลา ได้มีการเยี่ยมบ้าน (กิจกรรมที่ 5)
-
กลุ่มผู้สูงอายุ8486
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 การประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการ เป้าหมาย คณะกรรมการศูนย์ฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 35 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน35 คนๆ ละ 1 มื้อ มื้อละ 25.-บาท
เป็นเงิน875.-บาท - ค่าเอกสารประกอบการประชุม จำนวน 35 เล่มๆ ละ 25.-บาท เป็นเงิน 875.-บาท
- ค่าจัดจ้างทำรูปเล่มสรุปผลโครงการ จำนวน 35 เล่มเล่มละ 200.-บาท
เป็นเงิน 7,000.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 1 เป็นเงิน8,750.-บาท (เงินแปดพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
ถึง8750.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน35 คนๆ ละ 1 มื้อ มื้อละ 25.-บาท
-
กิจกรรมที่ 2 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำผู้สูงอายุในชุมชน จำนวน 2 วัน เป้าหมาย แกนนำผู้สูงอายุในชุมชน เขตเทศบาลนครยะลา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 100 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ4 มื้อๆ ละ 30.-บาท
เป็นเงิน 12,000.-บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ80.-บาท เป็นเงิน 16,000.-บาท
ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ ประกอบด้วย
3.1 ปากกา จำนวน 100 ด้ามๆ ละ 5.-บาท
เป็นเงิน 500.-บาท 3.2 แฟ้มกระดุม จำนวน 100 แฟ้มๆ ละ 15.-บาท เป็นเงิน 1,500.-บาท 3.3 กระดาษ A4 จำนวน 5 รีมๆ ละ 135.-บาท
เป็นเงิน 675.-บาท 3.4 ที่หนีบกระดาษ NO 109 จำนวน 2 กล่อง ๆ ละ 77.-บาทเป็นเงิน154.-บาท
3.5 ที่หนีบกระดาษ NO 110 จำนวน 2 กล่อง ๆ ละ 60.-บาทเป็นเงิน120.-บาท
3.6 กระดาษปรู๊ฟ จำนวน 20 แผ่นๆ ละ 10.-บาท เป็นเงิน200.-บาท 3.7 ปากกาเคมี สีน้ำเงิน จำนวน 6 แท่ง สีแดง จำนวน 6 แท่ง รวม 12 แท่งๆ ละ 18.-บาท เป็นเงิน216.-บาท 3.8 น้ำยาลบคำผิด จำนวน 3 แท่งๆ ละ 45.-บาท เป็นเงิน135.-บาท 3.9 สมุดปกอ่อน จำนวน 100 เล่มๆ ละ 15.-บาท
เป็นเงิน1,500.-บาท รวมเป็นเงิน5,000.-บาทค่าถ่ายเอกสาร จำนวน 100 เล่มๆ ละ 20.-บาท เป็นเงิน2,000.-บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 9 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท
เป็นเงิน5,400.-บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม จำนวน 6 กลุ่มๆ ละ 1 คนคนละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท เป็นเงิน 10,800.-บาท รวมกิจกรรมที่ 2เป็นเงิน51,200.- บาท (เงินห้าหมื่นหนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน)
ถึง51200.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ4 มื้อๆ ละ 30.-บาท
-
กิจกรรมที่ 3 จัดอบรมให้ความรู้ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ เป้าหมาย ประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลา ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป จำนวน 300 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแขกผู้มีเกียรติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 50.-บาท
เป็นเงิน 1,500.-บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมอบรมฯ จำนวน 300 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 50.-บาท เป็นเงิน 30,000.-บาท
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าอบรมฯ จำนวน 300 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 250.-บาท
เป็นเงิน 75,000.-บาท ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์
4.1 ปากกา จำนวน 300 ด้ามๆ ละ 5.-บาท
เป็นเงิน 1,500.-บาท 4.2 แฟ้มกระดุม จำนวน 300 แฟ้มๆ ละ 15.-บาท เป็นเงิน 4,500.-บาท 4.3 กระดาษ A4 จำนวน 3 รีมๆ ละ 135.-บาท
เป็นเงิน 405.-บาท 4.4 กระดาษ A4 สี จำนวน 1 รีมๆ ละ 115.บาท เป็นเงิน 115.-บาท 4.5 กระดาษโรเนียว จำนวน 3 รีมๆ ละ 120.บาท เป็นเงิน 360.-บาท 4.6 ซองขาวพับสี่ครุฑ จำนวน 400 ซองๆละ 1 บาท
เป็นเงิน400.-บาท 4.7 หมึกสีดำ รุ่น Cannon BK Gl 790 จำนวน 2 ขวดๆละ 320 บาท เป็นเงิน 640.-บาท 4.8กรรไกรขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 อันๆ ละ80 บาท เป็นเงิน80.-บาท รวมเป็นเงิน 8,000.-บาทค่าสัมมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 6 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท เป็นเงิน 3,600.-บาท
- ค่าถ่ายเอกสาร จำนวน 300 เล่มๆ ละ 25.-บาท เป็นเงิน7,500.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 3 เป็นเงิน125,600.- บาท (เงินหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันหกร้อยบาทถ้วน)
ถึง125600.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแขกผู้มีเกียรติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 50.-บาท
-
กิจกรรมที่ 4 จัดอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกศูนย์ฯ จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน รวม 60 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 60 คนๆ ละ 30.-บาท/มื้อ จำนวน 24 ครั้งเป็นเงิน43,200.-บาท2. ค่าสัมมนาคุณวิทยากร จำนวน 24 วันๆ ละ 2 ชั่วโมงชั่วโมงละ 600.-บาท
เป็นเงิน28,800.-บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์และเครื่องเขียน ประกอบด้วย
3.1 ปากกาลูกลื่น สีน้ำเงิน จำนวน 100 ด้ามๆ ละ
5.-บาทเป็นเงิน 500.-บาท
3.2 ปากกาลูกลื่น สีแดง จำนวน 12 ด้ามๆ ละ 5.-บาท
เป็นเงิน 60.-บาท 3.3 แฟ้มกระดุมจำนวน 60 แฟ้มๆ ละ 15.-บาท เป็นเงิน 900.-บาท 3.4 กระดาษ A4 จำนวน8 รีมๆ ละ 135.-บาท
เป็นเงิน 1,080.-บาท 3.5 กระดาษโรเนียว จำนวน 5 รีมๆ ละ 120.-บาท เป็นเงิน600.-บาท 3.6 ดินสอ 2 B จำนวน 2 โหลๆ ละ 60.-บาท
เป็นเงิน120.-บาท 3.7 MAX NO 10 จำนวน 2 อันๆ ละ 100.-บาท เป็นเงิน200.-บาท 3.8 ใส้ MAX NO 10 จำนวน 1 กล่องๆ ละ 195.-บาท เป็นเงิน195.-บาท
3.9 ถ่านไปฉ่ายอัลคาไลด์ AA จำนวน 12 แพ็คๆ ละ 60.-บาทเป็นเงิน720.-บาท 3.10 ปากกาเน้นข้อความ จำนวน 1 โหลๆ ละ290.-บาท เป็นเงิน290.-บาท
3.11 กระดาษโพสอิท จำนวน 6 ห่อๆ ละ 40.-บาท เป็นเงิน240.-บาท 3.12 สก๊อตเทปใส ขนาด 1 นิ้ว 6 ม้วนๆ ละ 40.-บาท เป็นเงิน240.-บาท 3.13 สันรูด ขนาด 10 มิล จำนวน 5 โหลๆ ละ 130.-บาท เป็นเงิน 650.-บาท 3.14 สันรูด ขนาด 15 มิล จำนวน 5 โหลๆ ละ190.-บาทเป็นเงิน950.-บาท 3.15 กาวสองหน้า 3M * 3 เมตร จำนวน 6 ม้วนๆ ละ 160.-บาทเป็นเงิน960.-บาท 3.16 ป้ายชื่อสามเหลี่ยมตั้งโต๊ะ จำนวน 5 อันๆ ละ 100.-บาทเป็นเงิน 500.-บาท 3.17 แฟ้มสะสมผลงานชนิดมีไส้ขนาด A4 จำนวน12 เล่มๆ ละ 70.-บาทเป็นเงิน 840.-บาท 3.18 MAX NO 50 จำนวน 1 อันๆ ละ 370.-บาท เป็นเงิน 370.-บาท 3.19 ใส้ MAX NO 50 จำนวน 12 กล่องๆ ละ 20.-บาท เป็นเงิน 240.-บาท 3.20กระดาษ A4 สี จำนวน 3 รีมๆ ละ 115.บาท เป็นเงิน 345.-บาท
รวมเป็นเงิน 10,000.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 4 เป็นเงิน82,000.- บาท (เงินแปดหมื่นสองพันบาทถ้วน)ถึง82000.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 60 คนๆ ละ 30.-บาท/มื้อ จำนวน 24 ครั้งเป็นเงิน43,200.-บาท2. ค่าสัมมนาคุณวิทยากร จำนวน 24 วันๆ ละ 2 ชั่วโมงชั่วโมงละ 600.-บาท
-
กิจกรรมที่ 5 การตรวจประเมินสุขภาพผู้สูงอายุติดสังคม ผู้ป่วยติดบ้านตอนปลาย และผู้ป่วยติดเตียง
- เข็มเจาะน้ำตาล T-Pro Uno 200 ชิ้น/ถุงๆละ 600.-บาท จำนวน 10 ถุง เป็นเงิน6,000.-บาท
- Strips ตรวจค่าน้ำตาลในเลือด ACCU-Chek จำนวน50 ชิ้น/กล่อง จำนวน 20 กล่องๆ ละ 750.-บาท
เป็นเงิน 15,000.-บาท - เจลสำหรับเครื่องใช้อัลตร้าซาวด์เป็นเงิน1,000.-บาท
- ค่าถ่ายเอกสาร เป็นเงิน5,000.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 5เป็นเงิน27,000.-บาท (เงินสองหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน)
ถึง27000.00 บาท -
กิจกรรมที่ 6 การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและกายภาพบำบัด แก่ผู้สูงอายุ
- ยางยืด จำนวน 25 ชุดๆ ละ 200.-บาท
เป็นเงิน 5,000.-บาท ไม้พลอง จำนวน 25 อันๆ ละ 80.-บาท เป็นเงิน 2,000.-บาท
แฮนด์กริ๊ปด้ามโฟม จำนวน 10 อันๆ ละ 300.-บาท
เป็นเงิน 3,000.-บาท- Yoka mate จำนวน 25 ผืนๆ ละ 590.-บาท
เป็นเงิน 14,750.-บาท - เชือกเข็มขัดโยคะ จำนวน 25 อันๆ ละ 350.-บาท
เป็นเงิน 8,750.-บาท - กล่องเก็บอุปกรณ์ จำนวน 3 อันๆ ละ 750.-บาท เป็นเงิน 2,250.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 6เป็นเงิน35,750.- บาท (เงินสามหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
ถึง35750.00 บาท - ยางยืด จำนวน 25 ชุดๆ ละ 200.-บาท
- ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งด้านทางกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ
- ผู้สูงอายุ/ครอบครัวผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ตามอัตภาพโดยไม่เป็นภาระของสังคม
- ผู้สูงอายุได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากชุมชนอย่างเหมาะสม
- ผู้สูงอายุรู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้งและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
