เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 3 บ้านท่าเนียน
-
นางพรศรีพัวพันธ์
-
นายน้อมนุ่น
-
นางนิภาวรรณสาตะพันฑ์
-
นางลดาพรรณบุญจูง
-
นางสุภาพทิพรองพล
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒(พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ยังให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกอำลังกายนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า “ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ ๕ อันดับแรก คือ โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, มะเร็งและหลอดเลือดในสมอง เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและลดรายจ่ายด้านสาธารณสุข”เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรมบริโภค ปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคความดันโลหิตสูง ก็เป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เข่น การบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ ขาดการออกกำลังกาย โดยประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้ว ซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลันหรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้
จากการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒(เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๑) จากกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรอง จำนวน ๑๑๙ พบกลุ่มเสี่ยง ๑๒๔ คน กลุ่มเสี่ยงสูง ๑๖ คน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว จำนวน ๑๖ คน และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นและคาดว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆปี ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาที่พบบ่อย และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ โดยมากเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ พฤติกรรมเสี่ยงในการบริโภค การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย ความเครียด โรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ กลุ่ม อสม.หมู่ที่ ๓ บ้านท่าเนียน เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ โครงการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ ๓ บ้านท่าเนียน ตำบลเกาะนางคำอำเภอปากพะยูนจังหวัดพัทลุงประจำปี ๒๕๖๒
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง 3 เดือน/ครั้ง โดย อสม. ร้อยละ 90
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ในการควบคุมป้องกันการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง0.00
กลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรม เรื่องการปฏิบัติตนเองให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80
-
เพื่อจัดหาอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงานของ อสม.0.00
มีเครื่องวัดความดันโลหิต ที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน จำนวน 3 เครื่อง
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
-
วิทยากร2
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนให้ ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง ๑ ครั้ง
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 60 บาท จำนวน 102 คน เป็นเงิน 6,120 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 25 บาท จำนวน 102 คน เป็นเงิน 5,100 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
รวมเป็นเงิน 12,420 บาท
ถึง12420.00 บาท -
จัดหาอุปกรณ์
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล จำนวน 3 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นจำนวนเงิน 7,500 บาท
รวมเป็นเงิน 7,500 บาท
ถึง7500.00 บาท
- อสม.มีและใช้เครื่องวัดความดันโลหิตในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ จำนวน ๓ เครื่อง
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสามารถติดตามภาวะสุขภาพของตนเองได้ และได้รับการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพเบื้องต้น โดย อสม. ๓ เดือน/ครั้ง 3.ประชาชนกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่ไม่สามารถไปรับบริการได้ที่ รพ.สต./รพ. ได้รับการตรวจวัดค่าระดับความดันโลหิต โดย อสม.
