โครงการติดตามกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงด้วยการวัดความดันโลหิตที่บ้าน ตำบลกาบัง อำเภอกาบังจังหวัดยะลา ปีงบประมาณ 2562
การวัดความดันโลหิต เป็นการตรวจร่างกายที่สามารถให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้น ซึ่งทำได้ภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ การวัดอาจทำโดยสอดแขนจนสุดต้นแขนเข้าไปในเครื่องอัตโนมัติ หรือใช้ผ้าพันรอบแขนแล้วสูบลมให้ผ้าพองขึ้นจนเกิดแรงบีบที่แขน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยลมออกและรอดูค่าความดันที่จะปรากฏคงที่ในเวลาต่อมา ภาวะความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจความดันโลหิตเบื้องต้นเมื่อเข้ารับการรักษาหรือตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลการตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตาได้ บุคคลทั่วไปควรตรวจความดันโลหิตเป็นประจำเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สามารถทำได้ง่าย ค่าความดันโลหิตที่วัดที่บ้านจะต่ำกว่าค่าที่วัดจากโรงพยาบาล จากการศึกษาพบว่าค่าความดันโลหิตที่วัดจากบ้าน มีความสัมพันธ์โรคแทรกซ้อน ซึ่ง ประโยชน์ของการวัดความดันโลหิตที่บ้าน คือการวัดความดันชนิดนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ความดันสูงที่โรงพยาบาล แต่วัดที่บ้านพบว่า ปกติ เพื่อตรวจว่าความดันโลหิตสูงหรือไม่ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตแตกต่างกันระหว่างที่บ้านและที่โรงพยาบาล ในปี 2562 จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ตำบลกาบังอำเภอกาบัง จังหวัดยะลาจำนวน 3,736 คน ได้รับการคัดกรอง 3,471 คน คิดเป็นร้อยละ92.90 พบกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) จำนวน 179 คน จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 3471 คน คิดเป็นร้อยละ 5.15 กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน โดยวัดตอนตื่นนอนตอนเช้า 2 ครั้ง และก่อนเข้านอน 2 ครั้ง เอาค่าที่ได้มาเฉลี่ย หากยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะต้องส่งพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ฝึกทักษะญาติ/ผู้ป่วยให้สามารถวัดความดันโลหิตได้
1.ค่าอาหารกลางวัน 90 คน x 1 มื้อ x 50 บาท เป็นเงิน 4,500บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 90 คน x 2 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน4,500บาท 3.ค่าวัสดุการอบรม(คู่มือผู้ป่วยเบาหวาน) เป็นเงิน2,700บาท 4.ค่าป้ายไวยิลโครงการ เป็นเงิน 1,500บาท 5. ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 300X3 ชั่วโมงX2 คนเป็นเงิน1,800บาท
ถึง1.ญาติ/ผู้ป่วยให้สามารถวัดความดันโลหิตได้ 2.กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตตามแนวทางอย่างน้อยร้อยละ 50
15000.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการแก่อสม.เพื่อติตามกลุ่มเสี่ยงป่วย
1.ค่าอาหารกลางวัน 60 คน x 1 มื้อ x 50 บาท เป็นเงิน 3,000บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 2 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน3,000บาท 3. ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 300X3 ชั่วโมงX2 คนเป็นเงิน1,800บาท 4.เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องละ 1,600 บาทX 6 เครื่องเป็นเงิน9,600บาท
ถึง1.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตตามเกณฑ์ที่กำหนด
2.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน
3.มีเครื่องวัดความดันโลหิตในหมู่บ้าน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ทันที
17400.00 บาท
1.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตตามเกณฑ์ที่กำหนด 2.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน 3.มีเครื่องวัดความดันโลหิตในหมู่บ้าน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ทันที
