โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเวชกรรม เทศบาลนครยะลา ประจำปี 2562
ปัจจุบันผู้สูงอายุเป็นประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุขทำให้ประชากรมีอายุไขยืนยาวขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นจะเกิดความเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆ ทำให้ผู้สูงอายุเกิดโรคได้ง่าย และมีปัญหาการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ผู้สูงอายุมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมพื้นฐานประจำวัน และมีข้อจำกัดเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นทุกขนาดกิจกรรม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปมีข้อจำกัดสูงกว่าผู้สูงอายุกลุ่มอื่นๆ 5-10 เท่า ปัญหาความเสื่อมถอยของร่างกาย ทำให้ผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพทางร่างกายและโรคเรื้อรังต่าง ๆ การศึกษาขนาดและแนวโน้มของประชากรสูงอายุจากสำมะโนประชากรประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2503 จนถึง พ.ศ.2543 และการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2543 ถึง พ.ศ.2573 ขนาดของประชากรตั้ง แต่อายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็น 7 เท่าตัวคือประมาณ 7.6 ล้านคนในปี พ.ศ.2552 หรือคิดเป็นร้อยละ 11.5 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุ 1 ใน 5 เป็นต้อกระจก โดยผู้สูงอายุหญิงเป็นต้อกระจกสูงกว่าผู้สูงอายุชาย (ชายร้อยละ 18.0 หญิงร้อยละ 23.6) เมื่อพิจารณาสัดส่วนระหว่างกลุ่มอายุพบว่า ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองโรคทาง Geriatric syndromesจำนวน 19,566 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีภาวะเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม จำนวน 284 คน คัดกรองต้อกระจกเบื้องต้น พบว่า เสี่ยงสูงขึ้น ทั้งในผู้สูงอายุเพศชายและหญิง (ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย)
จากสภาพปัญหาดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุเขตเทศบาลนครยะลาปี 2561 ในเขตเทศบาลนครยะลามีผู้สูงอายุ จำนวน 6,271 คนศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเวชกรรม เป็นศูนย์สุขภาพชุมชนเดียวที่บูรณาการงานเยี่ยมบ้านเต็มรูปแบบ จึงมีการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคในชุมชน ครอบคลุมร้อยละ 100 และจากข้อมูลการสำรวจตามแบบข้อเข่าเสื่อมในชุมชนเขตรับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเวชกรรม พบว่า ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบมีจำนวน 1,084 คน เสี่ยงข้อเข่าเสื่อม 84 คน ซึ่งมีเหตุปัจจัยจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ภาวะโก่งงอของขาและขาผิดรูป เป็นต้น จึงทำให้มีอาการปวดบริเวณข้อร่วมด้วย
ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเครือข่ายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งให้การดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่องศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเวชกรรม ร่วมกับกลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลยะลา จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเวชกรม ประจำปี 2562 ขึ้น
-
1 เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้และทักษะในการเฝ้าระวังภาวะข้อเข่าเสื่อม0.00
- ค่าคะแนนความรู้ภายหลังการอบรมเพิ่มขึ้นจากก่อนการอบรม ร้อยละ 80
-
2. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเลือกรูปแบบการดูแลสุขภาพตนเองที่เหมาะสม ผ่านการเข้าฐานการเรียนรู้0.00
- ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้หลังเข้าฐานการเรียนรู้เพิ่มขึ้น
3.ร้อยละ 100 ผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการได้รับการประเมินโดยวิธี TUGT (Time up and go test)
- ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ “ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน” จำนวน 2 วัน เป้าหมาย ผู้สูงอายุ จำนวน 60 คน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 คน รวม 70 คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คนๆ ละ
20.-บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 5,600.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คนๆ ละ 50.-บาท
จำนวน 1 มื้อ จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 7,000.-บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยายภาคเช้า (ภายใน
หน่วยงาน) จำนวน 1 คน 3 ชั่วโมง ๆ ละ 300.-บาท
จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม (ภายในหน่วยงาน)
จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 300.-บาท จำนวน
2 วัน
เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรม
5.1 กระดาษ A4 2 รีมๆละ 130 บาท
เป็นเงิน 260 บาท
5.2 สมุดปกอ่อน (สำหรับบันทึก) เล่มละ 15 บาท
จำนวน 60 เล่ม เป็นเงิน 900 บาท
5.3 ปากกา จำนวน 60 ด้ามๆ ละ 5 บาท
เป็นเงิน 300 บาท
5.4 แฟ้มกระดุม จำนวน 60 ชิ้นๆ ละ 9.-บาท
เป็นเงิน 540.-บาท
รวมเป็นเงิน 2,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,000.-บาท
(เงินสองหมื่นบาทถ้วน)
ถึง20000.00 บาท
1.ผู้สูงอายุมีทักษะในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
2.ผู้สูงอายุสามารถให้การแนะนำ ช่วยเหลือการดูแลสุขภาพตนเองซึ่งกันและกันได้
3.โรงพยาบาลยะลาสามารถพัฒนาแกนนำผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเป้าหมาย
