โครงการพัฒนาศักยภาพการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียน โรงเรียนในเขตเทศบาลนครยะลา
ปัญหาด้านทันตสุขภาพเป็นปัญหาสำคัญที่พบมากในนักเรียนประถมศึกษา เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ที่ตรวจพบในกลุ่มเดียวกันและปัญหาด้านทันตสุขภาพนั้น นอกจากจะมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากของเด็กแล้วยังมีผลกระทบต่อการเรียนและพัฒนาการของเด็กนักเรียนประถมศึกษาอยู่ในช่วงอายุ 6-12 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีฟันแท้ขึ้นใหม่ๆ ลักษณะรูปร่างฟันมีหลุมร่องลึกทำให้เกิดโรคฟันผุได้ง่ายนอกจากอุปนิสัยของเด็กที่ชอบรับประทานอาหารของหวาน ตลอดจนมีข้อจำกัดในเรื่องความสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในช่องปากได้ง่าย หากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีพอ โรคในช่องปากเป็นโรคที่สามารถป้องกันและสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเริ่มต้นส่งเสริมตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกฝนให้เด็กมีทันตสุขนิสัยที่ดี และการส่งเสริมและป้องกันรวมทั้งการบำบัดรักษาในระยะแรกของการเป็นโรคจะช่วยป้องกันและควบคุมโรคในช่องปากของเด็กได้ จากผลการสำรวจด้านสภาวะสุขภาพช่องปาก ครั้งที่ 8 พบว่า ความชุกของโรคฟันผุในเด็กอายุ 12 ปี คือร้อยละ 52.0 โดยมีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 1.4 ซี่/คน และพบว่ามีสภาวะเหงือกอักเสบสูงกว่าการสำรวจในครั้งที่ 7 พ.ศ. 2555 จากร้อยละ 50.3 เป็นร้อยละ 66.3 ด้านพฤติกรรมทันตสุขภาพและการรับบริการสุขภาพช่องปากของนักเรียน ปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อสภาวะเหงือกอักเสบคือ พฤติกรรมการแปรงฟันซึ่งพบว่าร้อยละของการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันของเด็กอายุ 12 ปี ลดลงจากร้อยละ 53.9 เป็นร้อยละ 44.7 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจครั้งที่ผ่านมา ส่วนประเด็นพฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุในเด็กกลุ่มนี้ คือ พฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมและน้ำหวาน การกินลูกอม และการกินขนมกรุบกรอบ พบว่าเด็กดื่มน้ำอัดลมและกินขนมกรุบกรอบทุกวัน (สำนักทันตสาธารณสุข, 2561) ประกอบกับผลการสำรวจสุขภาพช่องปากจากระบบ HDC สาขาสุขภาพช่องปากของจังหวัดยะลา พบว่าร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 12 ปีมีฟันผุในฟันแท้ ร้อยละ 42.47 มีเด็กในอำเภอเมืองยะลามีฟันแท้ผุ 29.08 ส่วนผลสำรวจฟันผุในโรงเรียนเขตเทศบาลนครยะลาในปีการศึกษา 2561 พบว่านักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 1, เทศบาล 2, เทศบาล 3, เทศบาล 4, เทศบาล 5 และเทศบาล 6 มีฟันผุร้อยละ 52.31, 48.95, 39.75, 38.87, 39.73 และ 46.45 ตามลำดับ (กลุ่มงานทันตกรรม เทศบาลนครยะลา, 2562) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความชุกของโรคฟันผุในนักเรียนยังสูงอยู่ กิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในนักเรียน เพื่อป้องกันการเกิดโรคฟันผุนับว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งในพื้นทีโรงเรียนเทศบาล 1 และเทศบาล 2 ทันตบุคลากรได้เข้าดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพแล้ว จึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียนเทศบาล 3 เทศบาล 4, เทศบาล 5 และเทศบาล 6 เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนในการดูแลสุขภาพช่องปาก เสริมสร้างทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากคณะครูในโรงเรียนให้มีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากนักเรียน เพื่อสามารถให้คำแนะนำแก่นักเรียนได้ ซึ่งกิจกรรมในโครงการมีการอบรมให้ความรู้ ฝึกทักษะลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงกิจกรรมการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้านทันตสุขภาพด้วยตนเองเพื่อสร้างความตระหนัก สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการดูแลตนเอง แนะนำกลุ่มเพื่อน ตลอดจนผู้ใกล้ชิด และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กที่ดี ลดการเกิดโรคฟันผุในกลุ่มวัยเรียน ในพื้นที่จังหวัดยะลาต่อไป
-
ข้อที่ 1 เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรคในช่องปาก และแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปาก0.00
ข้อที่ 1 ร้อยละ 80 ของนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคในช่องปาก และแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีในระดับดี
-
ข้อที่ 2 เพื่อให้นักเรียนสามารถแปรงฟันได้ถูกต้องและเหมาะสมได้0.00
ข้อที่ 2 ร้อยละ 100 ของนักเรียนสามารถแปรงฟันได้ถูกต้องและเหมาะสมผ่านเกณฑ์ทุกข้อของการประเมิน
-
ข้อที่ 3 เพื่อให้นักเรียนได้รับการตรวจฟัน0.00
ข้อที่ 3 ร้อยละ 100 ของนักเรียนได้รับการตรวจฟัน
-
ข้อที่ 4 เพื่อประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม0.00
ข้อที่ 4 ร้อยละ 80 ของนักเรียนไม่มีรอยผุใหม่
-
ข้อ 5 เพื่อประเมินประสิทธิผลหลังจากดำเนินงานของโครงการฯ 3 เดือน0.00
ข้อที่ 5 ร้อยละ 80 นักเรียนมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมในระดับดีขึ้นไป
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 จัดประชุมการดำเนินงานเพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหา และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดกิจกรรม เป้าหมาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับครู และตัวแทนนักเรียน จำนวน 4 โรงเรียน ๆ ละ 20 คน รวมทั้งหมด 80 คน ระยะเวลา ครึ่งวัน
ค่าอาหารว่าง จำนวน 80 คนๆ ละ 25 บาท/ มื้อ
จำนวน 1 มื้อ
เป็นเงิน 2,000.-บาท
ค่าวัสดุ-อุปกรณ์ และเครื่องเขียน
เป็นเงิน 1,200.-บาท
ค่าถ่ายเอกสารการประกอบการประชุม จำนวน
80 เล่มๆ ละ 20 บาท
เป็นเงิน 1,600.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 1 เป็นเงิน 4,800 บาท
(เงินสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน)
ถึง4800.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 การอบรมให้ความรู้เรื่องโรคในช่องปาก และแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปาก โรงเรียนละครึ่งวัน เป้าหมาย นักเรียนและครูในโรงเรียน จำนวน 4 โรงเรียน ๆ ละ 100 คน รวมทั้งหมด 400 คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 400 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 30 บาท
เป็นเงิน 12,000.-บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 4 ครั้ง ๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท
เป็นเงิน 7,200.-บาท
- ค่ากระเป๋าใส่เอกสารประกอบการอบรม จำนวน
400 ใบๆ ละ 30.-บาท
เป็นเงิน 12,000.-บาท
ค่าวัสดุ-อุปกรณ์ และเครื่องเขียน
-ค่าปากกา จำนวน 400 ด้าม ด้ามละ 5.-บาท
เป็นเงิน 2,000.-บาท
ค่าถ่ายเอกสารประกอบการอบรม
จำนวน 400 เล่มๆ ละ 20.-บาท
เป็นเงิน 8,000.-บาท
ค่าป้ายไวนิลความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อเป็นสื่อการสอนให้โรงเรียน ขนาด 1X2 เมตร จำนวนโรงเรียน 4 แห่ง ๆ ละ 2 ผืน รวมทั้งหมด 8 ผืน ๆ ละ 600.-บาท
เป็นเงิน 4,800.-บาท
รวมกิจกรรมที่ 2 เป็นเงิน 46,000 บาท
(เงินสี่หมื่นหกพันบาทถ้วน)
ถึง46000.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้เรื่องการแปรงฟันอย่างมีคุณภาพ และฝึกทักษะการแปรงฟันที่เหมาะสม ร่วมกันจัดทำโมเดลฟันจำลองเพื่อเป็นสื่อการสอนแปรงฟัน ระยะเวลาครึ่งวัน เป้าหมาย นักเรียนและครูในโรงเรียน จำนวน 4 โรงเรียนๆ ละ 100 คน รวมทั้งหมด 400 คน
สีย้อมคราบจุลินทรีย์ จำนวน 4 ขวดๆ ละ
100 บาท เป็นเงิน 400.- บาท
ก้านสำลี จำนวน 4 ห่อๆ ละ 50 บาท
เป็นเงิน 200.- บาท
ถ้วยพลาสติกเล็ก 4 โหล โหลละ 50 บาท
เป็นเงิน 200.-บาท
แปรงสีฟัน จำนวน 400 ด้ามๆ ละ 20.-บาท
เป็นเงิน 8,000.-บาท
ยาสีฟัน จำนวน 400 หลอดๆ ละ 10.-บาท
เป็นเงิน 4,000.- บาท
ไม้ไอติมขนาดใหญ่ จำนวน 6 ห่อๆ ละ 40 บาท
เป็นเงิน 240.- บาท
ปูนพลาสเตอร์ 4 ถุงๆ ละ 35.-บาท
เป็นเงิน 140.- บาท
สีโปสเตอร์ 8 ขวดๆ ละ 50 บาท
เป็นเงิน 400.- บาท
แลคเกอร์สเปรย์ 2 ขวด ๆ ละ 80 บาท
เป็นเงิน 160.- บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 400 คน
คนละ 30 บาท/มื้อ จำนวน 1 มื้อ
เป็นเงิน 12,000.-บาท
ค่าสัมมนาคุณวิทยากรกลุ่ม จำนวน 4 กลุ่ม
(4 โรงเรียนๆ ละ 2 คน รวม 8 คน)
กลุ่มละ 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600.-บาท
เป็นเงิน 14,400.-บาท
ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินต่างๆ
เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมกิจกรรมที่ 3 เป็นเงิน 41,140 บาท
(เงินสี่หมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
ถึง41140.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ประเมินประสิทธิผลหลังจากดำเนินงานของโครงการฯ 3 เดือน
ไม่ใช้งบประมาณ
ถึง0.00 บาท
- สามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคฟันผุในเด็ก
- เป็นแนวทางการป้องกัน และการส่งต่อเพื่อให้เด็กที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับการรักษาตามความเหมาะสม
- การให้ข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำกับโรงเรียนในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบรรจุเนื้อหาความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากไว้ในหลักสูตร หรือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน
