โครงการโภชนาการและห่วงใยสุขภาพเด็ก
การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการจะช่วยให้ร่างกายเด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก ตลอดจน ผู้ประกอบอาหารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จึงควรมีความรู้และให้ความสำคัญกับการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมให้กับเด็กในวัยระหว่าง 1-6 ปี หรือวัยก่อนเรียน เด็กควรได้รับอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ ที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่และหลากหลาย โภชนาการดีที่ดีดูได้จากส่วนสูง น้ำหนักที่สมดุลและอยู่ในระดับปกติของกราฟการเจริญเติบโต การเฝ้าสังเกตความร่าเริง สดใส ภาวะไม่เจ็บป่วยบ่อย หรือการทุเลาจากภาวะป่วยการเสริมความเจริญเติบโตด้วยอาหารทำให้เด็กได้รับอาหารให้เพียงพอ สุขภาพอนามัยเป็นปัจจัยสําคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยเด็กนับว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสําคัญยิ่ง ที่จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่สามารถใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมและอยู่ร่วมกันกับ ครูผู้ดูแลเด็ก และเพื่อนๆ อย่างสงบสุข สุขภาพกายเด็กควรจะได้รับการส่งเสริมพัฒนาการ โดยมุ่งหวังให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ ทางด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และสติปัญญา ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครอง ซึ่งควรที่จะได้รับการส่งเสริมสุขภาพ ผู้ปกครองและชุมชนนับว่ามีบทบาทสําคัญยิ่งในการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ส่งเสริมให้เด็กได้รับการปลูกฝังพฤติกรรม สุขภาพ ทั้งด้านการดูแลสุขภาพตนเอง และดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี อีกทั้งต้องพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพครูผู้ดูแลเด็ก ได้รับการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถ ดูแลเด็กได้ดียิ่งขึ้น ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรม พัฒนาศูนย์เด็กเล็กอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโผลง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโต๊ะเด็ง ได้ทำการสำรวจพัฒนาการเด็กตามแบบฟอร์มรายงานการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ พัฒนาการฯ (ทุก 3 เดือน) โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง พบอัตราเด็กมีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ จำนวน 1 คน และพบอัตรามีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ จำนวน 11 คน ซึ่งจากการสังเกตพบว่าเด็กดังกล่าว จะขาดความกระตือรือร้นในการเรียน และมีสุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เจ็บป่วย ส่งผลทำให้ร่างกายและสมองเติบโตช้า ผลที่ตามมาคือ โรคขาดสารอาหาร ทำให้พัฒนาการและการเรียนรู้ล่าช้าด้อยตามเกณฑ์ที่อยู่ในวัยเดียวกัน และเด็กที่ขาดสารอาหารจะมีผลทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เพื่อพัฒนาเด็กให้เจริญเติบโตอย่างมมีคุณภาพ ผู้ปกครองครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ควรความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการอบรมเลี้ยงดู การดูแลเอาใจใส่สุขภาพกาย สุขภาพจิต ที่ถูกต้อง ตลอดจนการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการของเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมภาวะโภชนาการที่ดี
ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโผลง ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญ ถึงสุขภาพและการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของเด็ก เพื่อเด็กจะได้เติบโตสมบูรณ์เป็นประชากรที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ จึงได้จัดทำโครงการโภชนาการและห่วงใยสุขภาพเด็กขึ้น
-
1. เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีความรู้ความเข้าใจถึงภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียน0.00
1.1 ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีความรู้ความเข้าใจถึงภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียน
-
2.เพื่อติดตามเฝ้าระวังภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียนที่มีภาวะเสี่ยง0.00
1.1 ครู ผู้ดูแลเด็กได้ติดตามเฝ้าระวังภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียนที่มีภาวะเสี่ยง
-
3. เพื่อส่งเสริมให้เด็กก่อนวัยเรียนมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองเจริญเติบโตสมวัย0.00
1 เด็กก่อนวัยเรียนมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองเจริญเติบโตสมวัยได้ดี
-
4. เพื่อให้ ครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคที่พบบ่อยในเด็กก่อนวัยเรียน สามารถดูแลรักษาและป้องกันโรคได้0.00
4.1 ครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคที่พบบ่อยในเด็กก่อนวัยเรียน สามารถดูแลรักษาและป้องกันโรคได้
-
5. เพื่อให้ผู้ปกครอง ครูและผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของเด็กปฐมวัย0.00
5.1 ครูและผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของเด็กปฐมวัยได้
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมให้ความรู้ ครู ผู้ดูแลเด็กผู้ปกครองและผู้ประกอบอาหาร ศพด. ในเรื่องภาวะโภชนาการและการส่งเสริมโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน โดยเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นวิทยากรในการให้ความรู้
1.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรม จำนวน 75คน คนละ 60 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรม จำนวน 75 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,875 บาท 3. ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 4. ค่าป้ายโครงการขนาด 240x120 ซม. เป็นเงิน 720 บาท
ถึง8895.00 บาท -
ถึง0.00 บาท
-
3. กิจกรรมฝึกและปฏิบัติประกอบอาหารสำหรับเด็ก
- ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับสาธิตและฝึกปฎิบัติ
รายละเอียด: - ขนมปังแผ่น 5 ถุงถุงละ 37 บาท เป็นเงิน 185 บาท- ไข่เป็นเงิน 50 บาท
- แครอท ครึ่งกิโล เป็นเงิน 50 บาท
- ผักกาดหอม 1 กิโลเป็นเงิน 150 บาท
- แตงกวาครึ่งกิโล เป็นเงิน 70 บาท
- มะเขือเทศ ครึ่งกิโล เป็นเงิน 25 บาท
- ซอสพริก1 ถุงเป็นเงิน 40 บาท
- กระเทียมเป็นเงิน 20 บาท
- น้ำมันพืช2 ขวดเป็นเงิน 70 บาท
- แผ่นปอเปี๊ยะ 3 ถุงถุงละ 45 บาท เป็นเงิน 135 บาท
- กล้วยหอม 3 หวี หวีละ 30 บาทเป็นเงิน 90 บาท
- ถั่วลิสงคั่ว 1 ถุง เป็นเงิน 50 บาท
- นมข้นหวาน 3 กระป๋อง กระป๋องละ 19 บาท เป็นเงิน 57 บาท
ถึง992.00 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับสาธิตและฝึกปฎิบัติ
-
4. กิจกรรมให้ความรู้กับผู้ปกครอง ครูและผู้ดูแลเด็กในเรื่องโรคที่พบบ่อยในเด็กก่อนวัยเรียน การดูแลรักษาสุขภาพและการป้องกันโรค โดยนักวิชาสาธารณสุขเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ถึง0.00 บาท
-
5. กิจกรรมให้ความรู้การดูแลรักษาสุขภาพเด็กปฐมวัยถึง0.00 บาท
-
6. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานถึง0.00 บาท
-
7.สรุปรายงานผลการดำเนินงานของโครงการถึง0.00 บาท
-
ถึง0.00 บาท
1.ทำให้ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีความรู้ความเข้าใจถึงภาวะโภชนาการในเด็กก่อนวัยเรียน 2. ทำให้เด็กก่อนวัยเรียนที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการแก้ไขปัญหาโภชนาการ 3. ทำให้เด็กก่อนวัยเรียนมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองเจริญเติบโตสมวัย 4. ทำให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคที่พบบ่อยในเด็กก่อนวัยเรียน สามารถดูแลรักษาและป้องกันโรคได้ 5. ทำให้ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเด็กปฐมวัย
