โครงการป้องกันและแก้ไขการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง
-
นางสำลี ลัคนาวงศ์
-
นางสุพรหวันเก
-
นางลำดวน หัวแท้
-
นายสมหมาย หลังเถาะ ผู้ประสานงาน คนที่ 1
-
นางสาวณัติญา เฉลิมผู้ประสานงาน คนที่ 2
เนื่องจากปัจจุบันมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านระบาดวิทยาของการเจ็บป่วยของประชาชนจากโรคติดต่อแบบเฉียบพลันเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นำมาซึ่งภาวะทุพพลภาพไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องได้รับบริการดูแลแบบต่อเนื่อง จากการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุทุก 1 ใน 4 คน จะมีภาวะทุพพลภาพ โดยที่ร้อยละ 76 เป็นผู้ที่มีภาวะทุพพลภาพระยะยาวส่งผลให้ปัญหาการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและมีการใช้ทรัพยากรต่างๆในอัตราที่สูงขึ้น
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง มีประชากรทั้งหมด 13,659 คน จากการตรวจประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล พบผู้สูงอายุที่มีคะแนนเอดีแอลเท่ากับหรือน้อยกว่า 11 คะแนน (ติดบ้าน ติดเตียง) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา ตรวจสอบสิทธิ์การรักษาและเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 25 ราย ราย แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 (เคลื่อนไหวได้บ้าง มีปัญหาการกิน/การขับถ่ายแต่ไม่มีภาวะสับสน) จำนวน 14 คน กลุ่มที่ 2 (เคลื่อนไหวได้บ้างมีภาวะสับสน และอาจมีปัญหาการกิน/การขับถ่าย) จำนวน 8 คน กลุ่มที่ ๓ (เคลื่อนไหวเองไม่ได้ และอาจมีปัญหาการกิน/การขับถ่ายหรือเจ็บป่วยรุนแรง) จำนวน 3 คน และกลุ่มที่ 4 (เคลื่อนไหวเองไม่ได้ เจ็บป่วยรุนแรงหรืออยู่ในระยะท้ายของชีวิต) จำนวน 0 คน ซึ่งผู้สูงอายุในกลุ่มที่ 2 และ 3 มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและเป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียง จะส่งให้เกิดแผลกดทับได้ โดยผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เมื่อเกิดแผลกดทับจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 4-6 เท่า เมื่อผู้สูงอายุเกิดแผลกดทับจะทำให้แผลหายช้า เนื่องจากเซลล์ผิวหนังมีจำนวนลดลง ปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลกดทับได้แก่ แรงเสียดสี แรงเฉือน ความชื้น โดยเฉพาะแรงกดทับ เมื่อมีการกดทับผิวหนังที่ทาบกระดูกเป็นเวลานานกว่า 2-6 ชั่วโมง จะทำให้เกิดการอุดกั้นการไหลเวียนเลือดเกิดการตายของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ดังนั้นการลดระยะเวลาของการเกิดแรงกดหรือการกระจายแรงกดรวมถึงการลดระยะเวลาของการเกิดแรงกดที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง จึงเป็นวิธีการป้องกันแผลกดทับที่ดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบัน การใช้ที่นอนลม จะช่วยลดและกระจายแรงกดที่จะกดทับลงบนผิวหนังที่ทาบกับปุ่มกระดูก ส่งผลให้แรงกดระหว่างที่นอนกับผิวหนังลดลง ซึ่งสามารถลดการเกิดแผลกดทับได้
ศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง ได้สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและพบว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงนอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ ยังขาดที่นอนลม เนื่องจากหน่วยบริการมีที่นอนลมมีอยู่จำกัด จึงทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับมากขึ้น ศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงได้รับการคัดกรอง ความสามารถในการดำเนินเนินชีวิตประจำวันและได้มีวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถป้องกันและแก้ไขการเกิดแผลกดทับได้ ผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้รับการบริการสาธารณสุขอย่างครอบคลุมและทั่วถึง
-
ข้อที่ 1 เพื่อป้องกันและแก้ไขการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (ผู้ป่วยติดเตียง)80.00
- ร้อยละ 80 สามารถป้องกันและแก้ไขการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
(ผู้ป่วยติดเตียง)
- ร้อยละ 90 ของผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ญาติ ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
มีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ
ร้อยละ 100 ของผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองและมีระบบส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูและการดูแลตามระดับความจำเป็นในการดูแลระยะยาว
ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ผู้ป่วยติดเตียง) ที่มีแผลกดทับได้รับการดูแลและฟื้นฟูสภาพแผลกดทับให้ดีขึ้น จนหายเป็นปกติไม่มีภาวะแทรกซ้อน
- ร้อยละ 80 สามารถป้องกันและแก้ไขการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
ญาติ/ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง25
-
ผู้ช่วยเหลือดูแลแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง11
-
ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง25
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 สำรวจผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง
รายละเอียดกิจกรรม
สำรวจผู้สูงอายุในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ปีละ 1 ครั้ง
ประเมินการทำกิจวัตรประจำวันโดยใช้แบบประเมินคัดกรองความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล 1.1.3 สรุปข้อมูลผู้สูงอายุที่มีคะแนนประเมินเอดีแอล เท่ากับหรือน้อยกว่า 11 โดยจำแนกเป็น 4 กลุ่มตามความต้องการบริการด้านสาธารณสุข ดังนี้
กลุ่มที่ 1 เคลื่อนไหวได้บ้าง และอาจมีปัญหาการกิน การขับถ่ายแต่ไม่มีภาวะสับสนทางสมอง
กลุ่มที่ 2 เหมือนกลุ่มที่ 1 แต่มีภาวะสับสนทางสมอง
กลุ่มที่ 3 เคลื่อนไหวเองไม่ได้ และอาจมีปัญหาการกิน หรือการขับถ่ายหรือมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง
กลุ่มที่ 4 เหมือนกลุ่มที่ 3 เคลื่อนไหวเองไม่ได้ และมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงหรืออยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต
เป้าหมาย
- ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง
งบประมาณ
ไม่ขอใช้งบประมาณ
ถึง0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 อบรมฟื้นฟูความรู้แก่ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และ ญาติ ผู้ดูแล ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
รายละเอียดกิจกรรม
ประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม เรื่องการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
บรรยาย/สาธิต ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่ช่วยเหลือตัวเองได้และนอนติดเตียง
เป้าหมาย
- ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 11 คน
- ญาติ ผู้ดูแล ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 25 คน
งบประมาณ
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้สังเกตการณ์ จำนวน 40 คน คนละ 1 มื้อๆ ละ 65 บาท เป็นเงิน 2,600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้สังเกตการณ์ จำนวน 40 คน คนละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าป้ายไวนิล โครงการขนาด 1.5 x 3.0 เมตรเป็นเงิน 675 บาท
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ในการอบรม 1,260 บาท
- ค่าจัดทำคู่มือประกอบการอบรม จำนวน 36 เล่มๆละ 50 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่ายานพาหนะในการเดินทาง จำนวน 36 คนๆละ 100 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าตอบแทนคณะทำงาน จำนวน 5 คนๆละ 200 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ถึง15935.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 การให้บริการสาธารสุขแก่ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ญาติและผู้ดูแล
รายละเอียดกิจกรรม
ผู้จัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข ( Care Manager ; CM ) จัดทำแผนการดูแลรายบุคคล (Care Plan; CP) และปรึกษาปัญหารายกรณีกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง (care conference)
CM จัดแบ่งผู้สูงอายุให้ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ( CareGiver ; CG ) แต่ละคนรับผิดชอบดูแล พร้อมจัดทำ CP รายสัปดาห์ และตารางการปฏิบัติงานมอบหมายให้ CG ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ CG 1 คน ดูแลผู้สูงอายุ 2-3 คนต่อวัน วันละไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที
โดย กลุ่มที่ 1 ให้บริการอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง
กลุ่มที่ 2 ให้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
กลุ่มที่ 3 ให้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
กลุ่มที่ 2 ให้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
จัดประชุมวางแผน/ประเมิน/รายงานผล การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ผู้ป่วยติดเตียง)เป็นรายบุคคล แก่ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 4 ครั้ง
CG ทำหน้าที่ให้บริการสาธารณสุขเบื้องต้น การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน การจัดการสภาพแวดล้อม/บ้าน พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ญาติและผู้ดูแล ตาม CP และประเมินการเกิดแผลกดทับของผู้สูงอายุและให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง
ประเมินความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ (Braden’s Score) หากพบว่า ผู้สูงอายุมีแผลกดทับ ให้แจ้ง CM เพื่อทำหน้าที่ประสานงานแก่ทีมสหวิชาชีพในการดูแลอย่างถูกต้อง หรือรับการส่งต่อโรงพยาบาล
CG บันทึกผลการเยี่ยมและการให้บริการสาธารณสุขตามแบบบันทึกการปฏิบัติงาน
ศูนย์จัดหาวัสดุ อุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตาม CP เช่น แพมเพิส สำลีก้อน ถุงมือ เป็นต้น
จ้างเหมาบริการหรือจ่ายค่าตอบแทน CG จ่ายค่าตอบแทนปฏิบัติงานนอกเวลาหรือค่าเบี้ยเลี้ยงแก่ CM และหรือบุคลากรสาธารณสุขที่มาช่วยปฏิบัติงาน
เป้าหมาย
ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 11 คน
ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง จำนวน 25 ราย
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์พัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงและผู้จัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข ( Care Manager ; CM ) จำนวน 4 คน
ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ผู้ป่วยติดเตียง) ที่มีแผลกดทับและภาวะเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ จำนวน 8 ราย
งบประมาณ
กิจกรรมให้บริการแก่ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ญาติและผู้ดูแล
ค่าที่นอนลม ราคาชิ้นละ 10,000 บาท(ตามราคาท้องตลาด) จำนวน 8 ชิ้น เป็นเงิน 80,000 บาท
จ้างเหมาบริการหรือจ่ายค่าตอบแทน CG จ่ายค่าตอบแทนปฏิบัติงานนอกเวลาหรือค่าเบี้ยเลี้ยงแก่ CM และหรือบุคลากรสาธารณสุขที่มาช่วยปฏิบัติงาน (ไม่เบิกจ่ายในโครงการ)
กิจกรรมประชุมวางแผน/ประเมิน/รายงานผล
ค่าตอบแทนในการประชุมสำหรับผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ ,CM จำนวน 15 คนๆละ 4 ครั้งๆละ200 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท
ค่าวัสดุ/อุปกรณ์และเอกสารประชุม เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ฯ, CM และ CGจำนวน 15 คน คนละ 4 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ถึง94500.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ประชุม/ติดตามผล
รายละเอียดกิจกรรม
ประชุมติดตามการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน และปรับแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคล
ประเมินความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ (Braden’s Score)
ประเมินระดับของแผลกดทับ
ประเมินความรู้ในการดูแลของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
เป้าหมาย
คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ จำนวน 15คน
ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุจำนวน11คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ, ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ จำวน 26 คนๆละ 2 ครั้งๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหารศูนย์, ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 26 คนๆละ 2 ครั้งๆละ 200 บาท เป็นเงิน 10,400 บาท
ค่าวัสดุ/อุปกรณ์และเอกสารประชุม เป็นเงิน 1,000 บาท
ถึง12700.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รายละเอียดกิจกรรม
5.1.1 จัดทำเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้ง
5.1.2 จัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการเมื่อเสร็จโครงการ
งบประมาณ
ค่าเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้งๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 4 เล่มๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าตอบแทนคณะทำงานในการนำเสนอโครงการ (ไม่ขอเบิกจ่ายในโครงการ)
ถึง2000.00 บาท
ค่าใช้จ่ายต่างๆในทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
- ผู้สูงอายุทุกคนได้รับการคัดกรองและมีระบบส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูและการดูแลตามระดับความจำเป็นในการดูแลระยะยาว ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
- ผู้สูงอายุได้รับการบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง และครอบคลุม
- ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียง และได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
- ทุกชุมชน มีระบบสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ให้อยู่ในครอบครัวได้อย่างมีความสุข
