โครงการหนูน้อยฟันดี ชีวีมีสุข
จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกือลองพบว่าเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันน้ำนมผุและเป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กที่มีปัญหาฟันผุอย่างรุนแรงจนเกิดอาการปวดจะส่งผลต่อภาวะโภชนาการ พัฒนาการเรียนรู้ และพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพในเด็กเล็กเป็นอย่างมากซึ่งสาเหตุเกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้องครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างพฤติกรรมการรักษาสุขภาพในช่องปากโดยเฉพาะมารดาซึ่งเป็นบุคคลที่คลุกคลีกับบุตรมากที่สุดมารดาเปรียบเสมือนครูคนแรกของเด็กฉะนั้นการให้ความรู้แก่มารดาจะทำให้มีทัศนคติและพฤติกรรมเกี่ยวกับทันตสุขภาพที่ดีขึ้นถ้าหากโรคในช่องปากได้รับการตรวจพบ และได้รับรักษาตั้งแต่ซี่แรกพร้อมทั้งได้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกวิธีแล้วนอกจากจะลดความรุนแรงและการลุกลามของโรคในช่องปากแล้วยังลดโอกาสการแพร่เชื้อและยังลดอัตราการการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้อีกด้วยดังนั้นทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกือลองจึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่ต้องการดำเนินการแก้ไขจึงได้จัดทำโครงการหนูน้อยฟันดีชีวีมีสุขเพื่อกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพในช่องปากที่เหมาะสมและถูกวิธี
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน30
-
ผู้ปกครองเด็ก30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมหนูน้อยฟันดี ชีวีมีสุข
ค่าวิทยากร 300บ x 1 คน x 5 ชม. = 1,500บ.
ค่าอาหารกลางวัน 50 บ x 30 คน x 1 มื้อ = 1,500บ.
ค่าอาหารว่าง25 บ.x60 คน x 2 มื้อ = 3,000บ.
ค่าป้าย 1,000 บ.x 1 ผืน = 1,000บ.
แปรงสีฟัน 20 บ. x 30 ด้าม = 600บ.
ยาสีฟัน 15 บ. x 30 หลอด = 450บ.
แก้วน้ำ 20 บ. x 30 ใบ = 600บ.
ถึง8650.00 บาท
- ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพในช่องปากของบุตรหลานอย่างถูกวิธี
- ผู้ปกครองสามารถดูแลสุขภาพในช่องปากของบุตรหลานได้ถูกต้องและถูกวิธี
- สามารถสร้างลักษณะนิสัยที่ดีของเด็กให้เกิดการรักษา ดูแลสุขภาพในช่องปากตั้งแต่วัยเด็ก
- ผู้ปกครองสามารถช่วยดูแล และลดการเกิดโรคฟันผุของบุตรหลานได้
