-
นายอับดุลซอมะเจะหลง
-
นางธมลวรรณ ไวยากรณ์
-
นางวารุณีอาแว
-
นางสาวมารีนะห์โสเพดา
-
นางจรัสศรี นิลเขียว
ปัจจุบันปัญหาพร่องทางโภชนาการในเด็กวัยเรียนเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินของแต่ละบุคคล ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่มีภาวะผอม เตี้ย เกิดจาการขาดสารอาหารเรื้อรังมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดภูมิต้านทานต่ำและเกิดโรคแทรกซ้อนได้มากกว่าเด็กที่มีภาวะโภชนาการเหมาะสม ถูกต้อง ภาวะพร่องทางโภชนาการผอม เตี้ย จึงเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาและส่งผลต่อพัฒนาการตั้งแต่เริ่มแรกของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนรู้ ภาวะโภชนาการจึงมีความสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการในวัยเด็ก ซึ่งข้อมูลในระดับประเทศพบว่า เด็กไทยมีภาวะพร่องทางโภชนาการอ้วน ผอม เตี้ย เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนและปริมาณที่ไม่เหมาะสมตามวัย ตลอดจนค่านิยมในการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสภาพสังคม พฤติกรรม ตลอดจนความใส่ใจและความตระหนักของผู้ปกครองในการให้เด็กรับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการ
การดำเนินการแก้ไขปัญหาเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการถือเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๑ บททั่วไปความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา ๖ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ คุณธรรมมีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ประกอบกับข้อมูลผลการดำเนินงานอนามัยโรงเรียน ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา จากการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กประถมศึกษา ชั้น 1-6 ของโรงเรียนเทศบาล 1 เทศบาลนครยะลา ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีเด็กนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 275 คน พบว่า มีเด็กอ้วน จำนวน 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 1.8)เด็กผอม จำนวน 15 คน (คิดเป็นร้อยละ 5.5) เด็กเตี้ย จำนวน 12 คน (คิดเป็นร้อยละ 4.4) เด็กสูงดีและรูปร่างสมส่วน จำนวน 177 คน (คิดเป็นร้อยละ 64.4) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โรงเรียนยังพบกับปัญหาภาวะทุพโภชนาการเด็ก ทั้งเด็กอ้วน ผอม และเตี้ย ซึ่งภาวะทุพโภชนาการของเด็กกลุ่มนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และการเจริญเติบโตของร่างกายได้
จากข้อมูลและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นโรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านสะเตง) เทศบาลนครยะลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเด็กอ้วน ผอม และเตี้ยดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพิชิตอ้วนผอมสุดฤทธิ์โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านสะเตง) ขึ้น เพื่อให้เด็ก ผู้ปกครอง ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ และมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก เพื่อทำให้เด็กมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้ และความสามารถของครู แม่ครัว นักเรียน และผู้ปกครองในการดูแลเด็กนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการ0.000.00
- ร้อยละ 80 ของเด็กนักเรียนเเละผู้ปกครองเด็กที่มีปัญหาภาวะโภชนาการ (ผอม เตี้ย) เข้าร่วมการอบรม
- ร้อยละ 80 ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับภาวะโภชนาการเพิ่มขึ้น
-
เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการอาหารในโรงเรียนให้มีคุณภาพสามารถเเก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนให้มีรูปร่างดีสมส่วน0.000.00
ร้อยละ 80 นักเรียนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สามารถบริโภคตามหลักโภชนาการได้อย่างถูกต้องเเละมีคุณภาพ จนส่งผลให้ภาวะทุพโภชนาการเด็กลดลง
-
เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนเเละครอบครัวในการปรับพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการของนักเรียน0.000.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน32
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ
เป้าหมาย : คณะทำงานประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียน ครูโภชนาการ ครูอนามัย ครูประจำชั้นเรียน แม่ครัว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเก็บข้อมูลภาวะโภชนาการเด็กก่อน-หลังดำเนินโครงการ สร้างความเข้าใจการใช้โปรแกรม Thai School Lunch และสร้างความรู้ 10 คนมีค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 คนๆ ละ 25.- บาทจำนวน 1 มื้อเป็นเงิน250.- บาท 2. ค่าถ่ายเอกสารประกอบการประชุม ขนาด A4 ขาว-ดำ จำนวน 10 ชุดๆ ละ 20.- เป็นเงิน 200.-บาท
ถึง- มีเมนูอาหารที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ตามโปรเเกรม Thai School Lunch เเละระบบการจัดการอาหารอย่างเป็นระบบ/เด็กได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
- ได้ข้อมูลเชิงลึกของเด็กที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจากครูประจำชั้น
- มีการมอบหมายหน้าที่ในการดำเนินโครงการ
450.00 บาท -
จัดกิจกรรมทางกายให้เด็กนักเรียน
เป้าหมาย : นักเรียนในโรเงรียนทั้งหมด จัดกิจกรรมการออกกำลังกายวันละ 30 นาที - 1 ชั่วโมง ต่อเนื่องทุกวัน (ไม่ใช้งบประมาณ)
ถึงมีเเผนการออกกำลังกายตลอดทั้งสัปดาห์/เด็กมีสุขภาพที่เเข็งเเรง
0.00 บาท -
ฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะโภชนาการและผลกระทบจากภาวะโภชนาการ
เป้าหมาย :
จำนวนทั้งสิ้น 94 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 เด็กนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ จำนวน 32 คน กลุ่มที่ 2 ผู้ปกครองเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ จำนวน 32 คน ครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน รวมจำนวน 62 คน- ค่าอาหารว่างเเละเครื่องดื่ม จำนวน 94 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน2,820.- บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรม
2.1 ค่าเครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 1 เครื่องเป็นเงิน1,500.- บาท 2.2 ค่าเครื่องวัดส่วนสูง เป็นเงิน 1,500.- บาท 2.3 วัสดุเครื่องเขียน (สำหรับฝึกอบรม กลุ่มที่ 2)- กระดาษ A4 1 รีมๆ ละ 135 บาทเป็นเงิน135.- บาท
- ปากกา 62 ด้ามๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน310.- บาท
- แฟ้มกระดุม 62 อันๆ ละ 12 บาท เป็นเงิน744.- บาท รวมเป็นเงิน4,189.- บาท
- ค่าถ่ายเอกสารคู่มือการอบรม (สำหรับฝึกอบรม กลุ่มที่ 2)62 ชุด ๆ ละ 15 บาทเป็นเงิน930.- บาท
- ค่าวิทยากร 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600.- บาท
ถึง11539.00 บาท -
ประชุมเเลกเปลี่ยนเรียนรู้เเละคืนข้อมูล
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คืนข้อมูลผู้ปกครอง พร้อมเชิดชูครอบครัวต้นแบบที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กผอมได้สำเร็จ
เป้าหมาย
ผู้ปกครองเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ จำนวน 32 คน ครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน รวมจำนวน 62 คน
1. ค่าอาหารว่างเเละเครื่องดื่ม จำนวน 62 คนๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,550.- บาท
2. ค่าวัสดุเครื่องเขียนเเละอุปกรณ์ 135 บาท เป็นเงิน135.- บาท 3. ค่าถ่ายเอกสาร
- ค่าถ่ายเอกสารเอกสารประกอบการประชุม จำนวน 62 ชุด ๆ ละ 5 บาทเป็นเงิน310.-บาท - รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ จำนวน 3 เล่มๆ ละ 200 บาท เป็นเงิน 600.-บาท รวมเป็นเงิน910.- บาทถึง- ได้ข้อมูลปัญหา/อุปสรรคในการเเเก้ไขปัญหาโภชนาการเด็ก
- ได้ครอบครัวต้นเเบบที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเเก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กผอมได้สำเร็จ
- ได้ข้อตกลงเเละวิธีการเเก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กระหว่างครูเเละผู้ปกครอง
2595.00 บาท
- โรงเรียนมีคณะทำงานที่มีความรู้ความเข้าใจเเละสามารถดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- นักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้เเละตระหนักเรื่องภาวะโภชนาการ โดยหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร จนส่งผลให้ภาวะทุพโภชนาการเด็กลดลง
- โรงเรียนมีข้อมูลปัญหา อุปสรรคเชิงลึกของเด็กที่มีปัญหาภาวะโภชนาการจากครูประจำชั้นเเละผลสำเร็จจากการทำโครงการ นำมาแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กนักเรียนแบบมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
- โรงเรียนมีครอบครัวต้นแบบที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กได้สำเร็จ
- โรงเรียนมีเมนูอาหารที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ตามโปรแกรม Thai School Lunch และระบบการจัดการอาหารอย่างเป็นระบบ ทำให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
