โครงการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตผู้สูงอายุตำบลปะกาฮะรัง
-
นายเจ๊ะมุ หะยีสะนิ
-
นายบือราเฮง มายิด
-
นายอัมรูน ตาสาเมาะ
-
นายดลวาฮาบ มะแอ
-
นายอับดุลเลาะ หะยีมะ
สภาพการณ์ในปัจจุบันปัญหาต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมได้ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากสังคมที่สงบที่มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลับกลายเป็นสังคมที่วุ่นวายแก่งแย่งแข่งขันกัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนในชุมชนที่เห็นไเ้ชัดเจนคือ ผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่พ้นจากจากวัยแรงงานจึงมักถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง ผู้สูงายุหลายคนขาดความสุขทางใจ เปิดเป็นโรคซึมเศร้า ผู้สูงอายุจะต้องหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวเมื่อมีอารมณ์เสร้าเกิดขึ้น ควรพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่พึงพอใจเป็นประโยชน์ เนื่องจากวัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความต้องการแตกต่างไปจากวัยอื่น รวมทั้งปัญหาในด้านการดูลแเอาใจใส่จากคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อสุขภาพกายและใจ ผู้สูงอายุในตำบลปะกาฮะรัง ส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพกาย เช่นการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ โรคข้อเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่เรื่องออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ ส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วยง่าย การเจ็บป่วยด้านสุขภาพจิตในผู้สูงอายุอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ มีความเศร้า กังวลใจ น้อยใจ เสียใจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมของผู้สูงอายุ บุตรหลานมักปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวขาดความยอมรับและความเชื่อถือด้านการพัมนาสังคม เพื่อให้การดำเนิการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมและเกิดการร่วมใจกัน องค์การบริหารส่วนตำบลปะกาฮะรังจึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุจิตแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง โดยจัดให้มีการประชุมสมาชิกผู้สูงอายุ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ โดยศึกษาถึงสภาพปัญหาและความต้องการ มีการอบรมบรรยายในด้านการดำรงชีวิต ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหาร ส่งเสริมการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยแนะนำให้ผู้สูงอายุได้มีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในอันเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุต่อไป ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ชมรมผู้สูงอายุตำบลปะกาฮะรัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุโดยตรงต้องเข้ามาส่วนร่วมในการช่วยเหลือหรือจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตใจที่ดีให้แก่ผู้สูงอายุ โดยให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนในกลุ่มวัยเดียวกัน สามารถระบายความรู้สึกหรือพูดคุยความต้องการที่แท้จริงของตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย มีสุขภาพจิตที่ดีซึ่งนำไปสู่สุขภาพกายที่ดีขึ้น และพร้อมเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนเข้มแข็งยิ่งขึ้น จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตผู้สูงอายุตำบลปะกาฮะรัง ประจำปี 2563 โดยตามโครงการจะประกอบด้วยกิจกรรม อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ กิจกรรมสาธิตการออกกำัลงกาย กิจกรรมฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายที่ถูกต้อง และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สูงอายุแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็งสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุหรือสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
-
เพื่อฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย0.00
ร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุตามกลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้ด้านดูแลสุขภาพที่หลากหลายและได้รู้วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองและมีการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ0.00
ร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองและมีการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้สูงอายุในกลุ่มเดียวกันจนสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดและมีสุขภาจิตที่ดีขึ้นตามลำดับ0.00
ร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนเรียนรู้มีวคามสัมพันธ์ที่ดีและได้ผ่อนคลายความตึงเครียด มีสุขภาพจิตดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข
-
กลุ่มผู้สูงอายุ180
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ
1.ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ผืน ขนาด 1*2 เมตร เป็นเงิน 600 บาท 2.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คน คนละ 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 500 บาท เป็นเงิน 3000 บาท 3.ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 180 คน คนละ 25 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 9000 บาท 4.ค่าอาหารกลางวัน 180 คน คนละ 50 บาท/มื้อ เป็นเงิน 9000 บาท 5.ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 8280 บาท
ถึง29880.00 บาท
1.ผู้สูงอายุมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย 2.ผู้สูงอายถเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองและมีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 3.ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนเรียนรู็ระหว่างผู็สูงอายุในกลุ่มวัยเดียวกันและสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นตามลำดับ
