โครงการดูแลใส่ใจสตรี มีสุขภาพ ตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูกและเต้านม
สถานการณ์การอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งในประเทศไทย ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอันดับหนึ่ง ประมาณ 60000 รายต่อปี ซึ่งมากกว่าโรคหัวใจ สำหรับตำบลปะกาฮะรังมีผู้ป่วยโรคมะเร็ง จำนวน 15 รายแล้ว เสียชีวิตแล้ว 12 รายแล้ว โรคมะเร็งปากมดลูก มักพบในผู็สูงอายุ 35-60 ปี แต่ก็อาจพบ มะเร็งปากมดลูก ก่อนวัยอันควร ทั้งนี้ อาการของผู็ป่วย มะเร็งปากมดลูก จะมากหรือน้อยขึ้นกับระยะของมะเร็ง ซึ่งอาการที่พบในผู้ป่วย โรคมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ อาการตกเลือดทางช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณ 80 - 90 ของผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ ถ้าเป็นมากและมะเร็งลุกลามออกไปด้านข้าง หรือลุกลามไปที่อุ้งเชิงกรานก็จะมีอาการปวดหลังได้ เราะไปกดทับเส้นประสาท อาการในระยพหลังเมื่อมะเร็งลุกลามหรือไปสู๋อวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ขาบวม ปวดหลัง ปวดก้นกบ ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น โรคมะเร็งมี 4 ระยะ ได้แก่ ระยะ 0 คือ เซลล์มะเร็งยังไม่กระจาย วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 0 คือผ่าตัดเล็ก ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที และตรวจติดตามอาการ การรักษาระยะนี้ได้ผลเกือบ 100% ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งอยู่ที่ปากมดลูก การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 1 คือ ผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดมดลูก เลาะต่อมน้ำเหลืองในเชิงกราน ซึ่งได้ผลดีเกือบ 80% ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งกระจายออกจากปากมดลูกโดยยังไม่ไปไกลมาก แต่ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ การรักษามะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งกระจายออกจากปากมดลูก โดยยังไม่ไปไกลมาก แต่ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ การรักษามะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 2 ต้องรักษาด้วยการฉายรังสี และการให้เคมีบำบัด (คีโม) ได้ผลราว 60% ระยะที่ 3 เซลล์นะเร็งกระจายชิดเชิงราน การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 3 คือใช้รังสีรักษา และการให้เคมีบำบัด การรักษาระยะนี้ได้ผลประมาณ 20-30% ระยะที่ 4 เป็นะระยะที่เซลล์มะเร็งกระจายทั่วร่างกาย การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 4 คือ การให้คีโม และการรักษาตามอาการ โดยหวังผลได้เพียง 5-10% และโอกาสรอดน้อยมาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาตำบลปะกาฮะรัง เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพแม่บ้าน ที่มีหน้าที่ดูแลลูก ดูแลครอบครัวเคียงคู่พ่อบ้าน เมื่อขาดแม่บ้านไปจะมีผลกระทบหลายอย่างตามมา เช่น ครอบครัวตกอยู่ในสภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด เด็กขาดความอบอุ่น และปัญหายาเสพติด จึงเป็นภาระของสังคมอีก ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการนี้เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพื่อให้แม่บ้านเกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
-
เพื่อจัดการอบรมให้ความรู้และผลกระทบโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมแก่สตรีอายุ 30-60 ปี0.00
ร้อยละ 60 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและเต้านม
-
เพื่อสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง0.00
ร้อยละ 40 ของกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการตรวจแป็ปเสมียร์และตรวจเต้านม
-
เพื่อรณรงค์ทำการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการ pap smear0.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก พร้อมตรวจแปปเสมียร์ รุ่นที่ 1
1.ค่าอาหารกลางวัน 50 คน คนละ 1 มือ มื้อละ 50 บาท เป็นเงิน 2500 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50คน คนละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
ถึง5000.00 บาท -
ให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก พร้อมตรวจแปปเสมียร์ รุ่นที่ 2
1.ค่าอาหารกลางวัน 50 คน คนละ 1 มือ มื้อละ 50 บาท เป็นเงิน 2500 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50คน คนละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
ถึง5000.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายหลังรับการอบรมให้ความรู้และผลกระทบโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมแก่สตรีอายุ 30-60 ปี 2.เพื่อสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 3.เพื่อรณรงค์ทำการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธ๊การ pap smear
