โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตของทุกคน นับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความกดดันทางด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันในอาชีพการงานที่สูงมาก ต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายที่เข้ามาในชีวิต สร้างความบั่นทอนร่างกายและจิตใจให้ถดถอยลง ส่งผลให้ ความดันโลหิต ในร่างกายสูงตามไปด้วย ในรายที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมาก อาจนำไปสู่การเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ ดังนั้น ความดันโลหิตสูงจึงเปรียบเสมือนเพชรฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากแบบไม่รู้ตัว ในกรณีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังจะต่อยๆ ทำให้หลอดเลือดภายในร่างกายเสื่อมไป โดยเฉพาะ 3 อวัยวะสำคัญ คือ หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ รวมทั้งไต ซึ่งเมื่อมีการตีบหรือแตกของหลอดเลือดในอวัยวะสำคัญเหล่านี้จะทำให้เสียชีวิตได้แบบเฉียบพลัน หรือทำให้เป็นอัมพาตได้ สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขคาดว่า มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประมาณ 10 ล้านคน ในปีหนึ่งๆ มีผู็เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน ได้แก่ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคไต โรคอัมพาต เป็นอันดับหนึ่งของโรคทั้งหมดร่วมแสนคน และอัตราผู้พิการก็เพิ่มขึ้นพุ่งกระฉูดขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสภาพของผู็ป่วย ดังนั้น การป้องกันตั้งแต่ต้นลมด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เป็นวิธีที่ดีที่สุดและประหยัด เพียงควบคุมความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา โดยใช้หลัก 3อ2ส โดยเน้น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด อาหารกลุ่มไขมัน ลดอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมให้พอควรอย่างสม่ำเสมอพักผ่อนให้เพียงพอไม่เครียดคิดแง่บวกและงดสูบบุหรี่ สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในตำบลปะกาฮะรัง โรคความดันโลหิตสูง มีกลุ่มเสี่ยง 488 ราย ผู้ป่วย 237 ราย ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 17 ราย และโรคเบาหวาน กลุ่มเสี่ยง 191 ราย ผู้ป่วย 85 ราย ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน จำนวน 36 ราย ในอนาคตมีแนวโน้มผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น โรงพยาบลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะกาฮะรัง เห็นความสำคัญของการป้องกันโรคดังกล่าว จึงจัดทำโครงการนี้เพื่อให้ความรู้โรคที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
-
เพื่อจัดอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกายที่เหมาะสมแก่กลุ่มเป้าหมาย0.00
ร้อยละ 60 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์การออกกำลังกายต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-
สอนการออกกำลังกายด้วยไม้พลอง และการแกว่งแขน0.00
ร้อยละ 40 ของกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและให้คำมั่นสัญญาจะออกกำลังที่ถูกต้องแบบแผนอย่างต่อเนื่อง
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานรุ่นที่ 1
1.ค่าอาหารกลางวัน 50 คน คนละ 1 มือ มือละ 50 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คน คนละ 2 มื้อ มือละ 25 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
ถึง5000.00 บาท -
ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรุ่นที่ 2
1.ค่าอาหารกลางวัน 50 คน คนละ 50 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คน คนละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
ถึง5000.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง มีภาวะเป็นโรคแทรกซ้อนลดลง 2.กลุ่มเป้าหมายมาออกกำลังกายที่ รพสต.ตามนัด
