โครงการบริการด้วยใจผู้สูงวัยสุขภาพดี องค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสประจำปีงบประมาณ 2563
ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2547 และในปี 2560 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 11.3 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในปี 2564 ไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดและกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง เกิดเป็นภาระพึ่งพิงโดยที่ประชากรวัยทำงานจะต้องเลี้ยงดูประชากรวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น อาจจะนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม จากสถิติพบว่าประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยมีความต้องการ การช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง หรือคนดูแล คิดเป็นร้อยละ 22.00 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี (สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย, 2551) เนื่องจากวัยสูงอายุมีภาวะด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป มีความเสื่อมของร่างกาย อวัยวะต่างๆทั่วไปเริ่มอ่อนแอและเกิดโรคง่าย ซึ่งปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มโรคสามัญทั่วไปที่เป็นได้แม้ยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไตและกลุ่มอาการที่เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุ คือเกิดจากความชราภาพของร่างกายหรือจากผลข้างเคียงจากโรคที่มารุมเร้าทำให้การดูแลตนเองถดถอยลง ซึ่งผลกระทบจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามวัยรวมทั้งผลของโรคเรื้อรังหรืออุบัติเหตุเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุขผู้สูงอายุจึงควรให้ความสนใจดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบกับที่ผ่านมาผู้สูงอายุในชุมชนจะใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ ขาดการรวมกลุ่มและขาดการดูแลคุณภาพชีวิตให้เหมาะสม บางรายขาดการเหลียวแลจากสังคม ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นภาระของสังคมในระยะยาว ตำบลตันหยงลิมอประกอบไปด้วย 8 หมู่บ้าน มีประชากร 7,825 คน มีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไปจำนวน 942 คนคิดเป็นร้อยละ 12.04 ของประชากรทั้งหมด ในตำบลตันหยงลิมอมีชมรมผู้สูงอายุ 3 ชมรม คิดเป็นร้อยละ 37.5 ของหมู่บ้านทั้งหมด ซึ่งชมรมผู้สูงอายุ ถือเป็นองค์กรภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบงานผู้สูงอายุ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและระดับชุมชน เปรียบเสมือนเครื่องมือขับเคลื่อนและจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวผู้สูงอายุเอง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ จึงได้จัดทำโครงการบริการด้วยใจสูงวัยสุขภาพดี โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งจัดตั้งชมรมในหมู่บ้านที่ยังไม่มีการดำเนินการ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรในการอบรมให้ความรู้จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
-
1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้นได้250.00175.00
- ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 70
-
2.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี และได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐาน250.00225.00
- ร้อยละ 90 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการได้รับการคัดกรองสุขภาพขั้นพื้นฐาน
-
3. เพื่อจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ5.003.00
- ร้อยละ 60 ของหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการมีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ
-
กลุ่มผู้สูงอายุ250
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตนเองในผู้สูงอายุ
วิธีดำเนินการ (เพิ่มเติม) ขั้นเตรียมการ 1. จัดทำโครงการเพื่อขอรับการพิจารณาอนุมัติ 2. ประชุมตัวแทนสมาชิกผู้สูงอายุ อสม. ผู้นำชุมชนที่ส่วนเกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงและประชาสัมพันธ์การจัดโครงการ 3. แต่งตั้งคณะทำงาน/ ประชุมคณะทำงาน
ขั้นดำเนินการ 1. การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเบื้องต้น 2. อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเบื้องต้น 3. จัดกิจกรรมออกกำลังกายด้วยท่ากายบริหารมณีเวช เพื่อปรับโครงสร้างสมดุลร่างกาย 4. จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ
ขั้นหลังดำเนินการ 1. สรุปและประเมินผลโครงการ 2. รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลตันหยงลิมอ
งบประมาณทั้งสิ้น 63,720 บาท - ค่าวิทยากร600 บาท X 6 ชั่วโมงx 5 วัน= 18,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท X 50 คน X 1 มื้อ X 5 วัน= 12,500 บาท - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 50 คน X 2 มื้อX 5 วัน=12,500บาท - ค่าวัสดุในการจัดอบรม(กระเป๋าผ้า 80 บาท x 250 คน=20,000 บาท - ค่าป้ายไวนิลโครงการขนาด 1.2 X 2.4ตารางเมตร = 720 บาท
ถึง1.ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายใจที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 2.ชมรมผู้สูงอายุมีการวางแนวทางให้มีการพัฒนาชมรมผู้สูงอายุ ต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 3.ชมรมผู้สูงอายุมีการดำเนินงานที่เข้มแข็ง สร้างความผูกพันระหว่างสมาชิกในชมรม
63720.00 บาท
งบประมาณ - ค่าวิทยากร600 บาท X 6 ชั่วโมงx 5 วัน= 18,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท X 50 คน X 1 มื้อ X 5 วัน= 12,500 บาท - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 50 คน X 2 มื้อX 5 วัน=12,500บาท - ค่าวัสดุในการจัดอบรม(กระเป๋าผ้า 80 บาท x 250 คน=20,000 บาท - ค่าป้ายไวนิลโครงการขนาด 1.2 X 2.4ตารางเมตร = 720 บาท
- ผู้สูงอายุในพื้นที่รับผิดชอบ มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตนเองและสามารถลดการภาระพึ่งพิงแก่ผู้ดูแล
- ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของชุมชนมีการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้นได้
- จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุเพื่อประสานความร่วมมือให้เกิดการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
