โครงการชาวสุไหงสุขใจ ห่างไกลสารเคมี
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับ สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ทป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ใช้ถึงภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลม ทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี ตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพเกษตรกรในชุมชน จึงจัดโครงการนี้ขึ้นมา
-
เพื่อลดอัตราการป่วยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช20.00
อัตราการป่วยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลดลง ร้อยละ 60
-
เพื่อแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย25.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ร้อยละ 70
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การสัมภาษณ์ด้วยแบบประเมินความเสี่ยง
สำรวจข้อมูลเบื้องต้นการสัมภาษณ์ด้วยแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อสืบค้นความผิดปกติในระยะเริ่มแรกป้องกันและลดความสูญเสียจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น งบประมาณ - กระดาษ A4 1 รีม เป็นเงิน 130 บาท
ถึงผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการคัดกรองตามแบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
130.00 บาท -
การเจาะเลือดตรวจคัดกรอง
1.การเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อหาเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสโดยใช้กระดาษทดสอบพิเศษ 2.นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่น Haematocrit 2.อ่านผลโดยการดูสีที่เกิดขึ้นบนกระดาษทดสอบเทียบกับสีมาตรฐาน งบประมาณ - ชุดทดสอบโคลีนเอสเตอร์เรสในเลือดพร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด เป็นเงิน 1,500 บาท
ถึงผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสทุกคน
1500.00 บาท -
ให้ความรู้วิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย
อบรมให้ความรู้ แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย -ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 -ค่าไวนิลโครงการ เป็นเงิน 720 บาท -ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน มื้อละ 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป้นเงิน 1,500 บาท -ค่าวัสดุ ค่ากระเป๋าผ้า ใบละ 60 บาท จำนวน 30 ใบ เป็นเงิน 1,800 บาท ค่าปากกา ด้ามละ 5 บาท จำนวน 30 ด้าม เป็นเงิน 150 ค่าสมุด เล่มละ 10 บาท จำนวน 30 เล่ม เป็นเงิน 300 บาท
ถึงผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ และสามารถปฏิบัติตัวในการทำงานได้อย่างถูกต้อง
8370.00 บาท -
ติดตามเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง
หากปรากฎผลอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยง จะมีการติดตามเฝ้าระวังและจะทำการเจาะติดตามทุก 30 วัน จนกว่าผลการตรวจจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยหรือปกติ
ถึงกลุ่มเสี่ยงได้มีการตรวจติดตามจนกว่าผลการตรวจจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยหรือปกติ
0.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ได้รับการดูแลสุขภาพในเรื่องของสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ 2.ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการใช้สารจำกัดศัตรูพืช วิธีป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพ
