ปลูกพืชสมุนไพรลดโรคความดัน เบาหวานและกลุ่มเสี่ยงชุมชนบ้านบาโงบูโล๊ะ
-
นางรพิศา ศรีตระเวณ
-
นางสาวแยนะ ดาการิง
-
นางสาวรอคาเย๊าะ โซะ
-
นางเสาด๊ะ วาจิ
-
นางมารีแย เฮงบารู
-
1.กลุ่มผู้เป็นโรคเบาหวาน ความดันและกลุ่มเสี่ยง30.00
จากสภาพสังคมปัจจุบัน กลุ่มสตรีที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดันส่วนมากไม่ค่อยออกกำลังกายประกอบกับความเจริญทางด้านการสื่อสารมีทั้งเครื่อข่ายโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต สตรีส่วนใหญ่มักไม่ชอบกินยาตามแพทย์สั่งและไม่ชอบใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคและใช้เวลาว่างไม่เกิดประโยชน์ ชอบนั่งดูทีวีและเล่่นอินเตอร์เน็ตรวมถึงจดจ่ออยู่กับหน้าโทรศัพท์โอกาศในการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพจึงไม่มีเวลาส่งผลทำให้สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลทำให้เสียค่าใช้จ่าย 300 บาท/1/ครั้ง/ปี หากสตรีจำนวนทั้งสิ้น 200 คนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยเฉลี่ย 720000 บาท/ปีซึ่งจะเป็นผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจกับสตรีที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางและหากลางานบ่อยก็จะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานด้วย กลุ่มสตรีบ้านบาโงบูโล๊ะที่มีอายุ 20-50 ปี ทั้งหมดมี200 คน โดยมีปลูกพืชสมุนไพรลดโรคความดัน เบาหวานและกลุ่มเสี่ยงชุมชนบ้านบาโงบูโล๊ะกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน โดยแยกเป็น สตรีที่มีโรคเบาหวาน 10 คน สตรีที่มีโรคความดัน 10 คน สตรีที่มีความเสี่ยง 10 คน จากสถานการณ์และเหตุผลดังกล่าว ทางกลุ่มสตรีบ้านบาโงบูโล๊ะได้เสนอกิจกรรม เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินยาที่เหมาะสม
-
1.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเบาหวาน ความดัน และกลุ่มเสี่ยงได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยารักษาลดโรค และมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ30.0015.00
ลดการใช้ยา ร้อยละ 50
-
2.เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรควบคู่กับการใช้ยาแผนโบรา และเป็นการลดต้นทุนในการใช้ยารักษา30.0015.00
เสริมสร้างพฤติกรรมด้านสุขภาพ ละการควบคุมอาหาร ร้อยละ 50
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง20
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
