โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในชุมชนบ้านคลองหวะ 3 ปี 2563
-
นางจำเรือง บุญเลิศ
-
นางเสาวภา คงมงคล
-
นางสุนีย์ พัฒโน
-
นางสาวอารีย์ บุญวรรโณ
-
นางคัมนึง ทองเอียด
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและถือเป็นภัยเงียบ เพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฏอาการและเป็นสามเหตุของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญหลายประการของร่างกาย เช่น ตา ไต หลอดเลือด ในประเทศไทยนั้น อุบัติการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ความอ้วน ภาวะเครียด ขาดการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารไม่ถูกสัดส่วน การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ และการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงของคนในชุมชน ประกอบกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารหวานจัด เค็มจัด และอาหารของมันของคนในชุมชน เนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อทะเลอ่าวไทย การผลิตอาหาร ในช่วงงานเลี้ยงหรืองานเทศกาลต่างๆ โดยที่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาหารแกงกะทิเป็นหลัก ซึ่งมีความมัน และการบริโภคอาหารว่าง ชาวบ้านมักจะบริโภคอาหารประเภทที่มีรสหวานเป็นส่วนใหญ่ จากการดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ของชุมชนบ้านคลองหวะ 3 - 4 ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 79 คน ในปี 2562 กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ผลคัดกรองปกติ จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 40.51 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 55.70 และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการคัดกรองปกติ จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 27.85 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 35.44 กลุ่มป่วย จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 36.71 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม และอาหารจานด่วนของคนในชุมชนบ้านคลองหวะ 3– 4 ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารซึ่งหาได้ง่าย ดังนั้น ชุมชนบ้านคลองหวะ 3 ได้จัดทำโครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนบ้านคลองหวะ 3 ประจำปี 2563 ขึ้น เพื่อตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพร้อมสามารถประเมินและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้
-
เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการติดตามและคัดกรองภาวะเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร้อยละ 80
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง0.00
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 80
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากกว่า ร้อยละ 20
-
0.00
ประชาชนในชุมชนบ้านคลองหวะ 1-4 เกิดความตระหนักในเรื่องสุขภาวะโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชินให้น้อยลงในเรื่องอาหาร อารมณ์ และการออกกำลังกาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน เพื่อสร้างความเข้าใจให้แกนนำสุขภาพของชุมชน
1.1 กิจกรรมย่อย ประชุมคณะทำงาน อสม.ชุมชนบ้านคลองหวะ 3 จำนวน 10 คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
25.- บาท x 10 คน = 250.- บาท
1.2 กิจกรรมย่อย อสม.ติดตามเฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเสี่ยง อายุ 35 ปีขึ้นไปในชุมชนบ้านคลองหวะ 3 เป็นเวลา 3 ครั้ง (6 เดือน)
ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 10 คน x 3 ครั้ง = 500 x 3 = 1,500 บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 10 คน = 500 บาท
ค่าวัสดุ (แถบตรวจฯ และสมุด) = 2,000 บาท
ค่าครุภัณฑ์ (เครื่องตรวจวัดและเครื่องตรวจ) = 10,000 บาท
ถึง14250.00 บาท -
อบรมให้ความรู้
2.1 กิจกรรมย่อย อบรมการบริโภคปลอดภัย
ค่าวิทยากร 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท = 1,200 บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 40 คน = 1,000 บาท
ค่าวัสดุ (ไวนิล 2 เมตร) = 300 บาท
2.2 กิจกรรมย่อยสรุป ถอดบทเรียนกิจกรรมลดหวาน มัน เค็ม ที่ผ่านการอบรม ออกกำลังกาย
ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 40 คน = 1,000 บาท
ค่าวัสดุ (ค่าไวนิล 2 เมตร, กรอบรูป) = 600 บาท
ถึง4100.00 บาท -
ส่งเสริมการออกกำลังกาย รวมทั้งสรุปผลการดำเนินโครงการ
3.1 กิจกรรมย่อย ส่งเสริมการออกกำลังกาย
ค่าผู้นำออกกำลังกาย 3,600 บาท x 6 เดือน = 21,600 บาท
ค่าวัสดุ (ไวนิล, เอกสาร) = 800 บาท
ถึง22400.00 บาท
