โครงการไอโอดีนเพื่อสุขภาพในเด็กปฐมวัย ประจำปี 2563
-
โรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขทางด้านโภชนาการที่สำคัญ เป็นต้นเหตุที่พบมากที่สุดภาวะปัญญาอ่อนซึ่งป้องกันได้ พบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะมีผลร้ายแรงชัดเจนในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนอายุ 2-3 ปี โดยมีผลลดความเฉลียวฉลาด หรือไอคิวของเด็กได้ถึง 10-15 ปี โดยมีผ1000.00
-
ข้อที่ 1 เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากเกลือไอโอดีน350.00
ร้อยละ 65 ของเด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากเกลือเสริมไอโอดีน
-
ข้อที่ 2 เพื่อให้เด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และประชาชนในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในสาเหตุและอันตรายจากการขาดสารไอโอดีน350.00
ร้อยละ 90 ของเด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และประชาชนในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในสาเหตุและอันตรายจากการขาดสารไอโอดีน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน350
-
กลุ่มวัยทำงาน650
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ขั้นตอนการเตรียมการ
1.1 จัดทำโครงการไอโอดีนเพื่อสุขภาพในเด็กปฐมวัยประจำปี 2563
1.2.เสนอโครงการต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.สำนักแต้ว
1.3 คณะกรรมการอนุมัติโครงการฯเพื่อดำเนินการต่อ
24 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2563มีโครงการเสนอเพื่อขอรับการอนุมัติงบประมาณสนับสนุน
0.00 บาท -
2 ขั้นตอนการดำเนินการ
2.1 กิจกรรมให้ความรู้เด็ก ครูผู้ดูแลเด็ก แม่ครัว ผู้ปกครอง และประชาชนในชุมชนใกล้เคียง เรื่อง การส่งเสริมไอโอดีนเพื่อสุขภาพในเด็กปฐมวัย
2.2 จัดทำกิจกรรมแจกจ่ายเกลือไอโอดีนให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯจำนวน 5 ศูนย์
2.3 กิจกรรมจัดทำแผ่นพับให้ความรู้เรื่องไอโอดีนให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จำนวน 5 ศูนย์
2.4 ประเมินผลและสรุปโครงการ
1 มีนาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 25631.จัดซื้อเกลือที่มีไอโอดีนให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก = 2,800 บาท
1.แผ่นพับจำนวน 1,200 แผ่น x 14 บาท = 16,800 บาท
2.เอ็กแสตน จำนวน 2,000 บาท x 10 อัน = 20,000 บาท
39600.00 บาท
1.เด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครูผู้ดูแลเด็กแม่ครัวผู้ปกครองและประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในสาเหตุและอันตรายจากขาดสารไอโอดีน 2. ประชาชนเข้าใจและสามารถนำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. เด็กนักเรียนในศูนย์เด็กเล็กได้รับการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากเกลือไอโอดีน
