โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง ปี2563
-
นางฉลวยนวลปาน
-
นางสาลีสุวรรณรัตน์
-
นางจุรีรัตน์ผลแดง
-
นางเรืองรองชุมแสง
-
น.ส.จินดาแซ่ซิ่น
ค่านิยมในการบริโภคและวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปได้รับอิทธิพลจากตะวันตกตามกระแสบริโภคนิยมและวัตถุนิยม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารโปรตีนและไขมันสูงที่ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ล้วนๆ อาหารรสจัด เช่นมันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักและผลไม้น้อย เดินน้อยลง ขาดการออกกำลังกายโดยเฉพาะคนวัยทำงานทำให้พลังงานในร่างกายไม่สมดุลกันระหว่างการได้รับเข้ามากับการใช้ไป ร่างกายจึงเปลี่ยนพลังงานที่เหลือใช้กลับไปเป็นไขมันสะสมไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วนลงพุง ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น หมู่ที่ 1ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จากการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ในกลุ่มประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป ในปี 2562 จำนวน 275 คน พบอัตราภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน จำนวน 78 คน ร้อยละ 28.36 และรอบเอวเกิน จำนวน 89 คน ร้อยละ 32.36 รวมถึงการตรวจสุขภาพในกลุ่มอายุ 15 – 34 ปี พบกลุ่มที่มีน้ำหนักเกินและรอบเอวเกิน ร้อยละ 50 ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานและรอบเอวเกินทั้ง 2 กลุ่มเป็นส่วนใหญ่ หากไม่รีบควบคุมและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดนิ่วในถุงน้ำดี และมะเร็ง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจึงควรมีการปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้มีการใช้พลังงานให้สมดุลกัน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังการปรับพฤติกรรมการบริโภคและพฤติกรรมการออกกำลังกายในการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินที่ถูกต้อง เน้นที่การปฏิบัติโดยส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้พฤติกรรมนั้นคงอยู่ตลอดไปซึ่งการส่งเสริมสุขภาพ ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ ว่าผลสำเร็จของการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายเกิดผลลัพธ์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว และลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ ดังนั้นอสม.หมู่ที่ 1ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อในส่วนนี้จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุงปี 2562 ดังกล่าว
-
1 .ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง100.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง
-
2 .ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีรอบเอวและค่าดัชนีมวลกายลดลง20.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีรอบเอวและค่าดัชนีมวลกายลดลง ร้อยละ20
-
กลุ่มวัยทำงาน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรม ให้ความรู้
ค่าตอบแทน วิทยากร ชั่วโมงละ 600 บ.
x 3 ชั่วโมง = 1,800 บ.
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.
x 20 คน = 500 บ.
-ค่าจัดทำคู่มือการลดโรคลดพุง จำนวน 30 ชุดๆละ 40 บาท = 1,200 บ.
-ค่าอุปกรณ์ในการสอนเรื่องลดโรคลดพุง (ตัวอย่างอาหารที่รับประทานได้)
=1,000 บ.
1 พฤษภาคม 2563 ถึง 1 พฤษภาคม 2563อสม.มีความรู้ นำไปแนะนำวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และแนวทางการปฏิบัติตัวให้กับกลุ่มเสี่ยง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง ได้ตามวัตถุประสงค์ของดครงการ
4500.00 บาท -
2. กิจกรรม ติดตามผล จำนวน 3 ครั้ง
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.
x 20 คน x 3 = 1,500 บ.
4 พฤษภาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563อสม.ติดตามกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าเกินเกณฑ์ และมีดัชนีมวลกายลดลงตามเป้าหมาย
1500.00 บาท
กลุ่มเสี่ยงมีดัชนีมวลกายลดลงตามเป้าหมายโครงการที่วางไว้
