โครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 6
-
นางอุษา แก้วศรีบุญ
-
นางปรีดานุ้ยจันทร์
-
นางสาวสุวรรณาสงขาว
-
นางจำเพ็ญคงรอด
-
นายจำนงค์ สายแก้ว
-
ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง30.00
-
ร้อยละประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และส่งผลไป วินิจฉัยโรค3.50
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคไม่ติดต่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นปัญหาอันดับสองของจังหวัดพัทลุงรองจากปัญหาโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะ
ความดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติตลอดเวลา โรคความดันสูงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่ง
ไม่สามารถระบุถึงต้นเหตุการณ์เกิดได้แต่อาจจะเป็นเพราะปัจจัยอายุ: อายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้นมีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง: โรคนี้มีโอกาสพบได้ในคนในครอบครัวเดียวกันรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำรับประทานเกลือ มีเกลือในอาหารที่รับประทานสูงเป็นประจำขาดการออกกำลังกายน้ำหนักเกิน อ้วนสูบบุหรี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปความเครียดในส่วนของโรคความดันโลหิตสูงชนิดที่ทราบสาเหตุอาจเกิดได้จากหลายสภาวะ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคไต ปัญหาต่อมไทรอยด์ เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด การใช้ยาบางชนิด การใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์อันตรายจากโรคนี้ทำให้เป็นอัมพฤกษ์และอัมพาตพิการได้ ทำให้เป็นปัญหากับตนเองครอบครัวชุมชนเสียค่าใช้จ่ายค่าดูแลและขาดรายได้การคัดกรองโรคทำได้โดยการวัดความดันโลหิตผู้รับบริการ
อำเภอควนขนุน มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2562จำนวน 11,190คนคิดเป็น๑7,644.27ต่อแสนประชากรมีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน 978คนคิดเป็น 1,159.76 ต่อแสนประชากร ในส่วนของตำบลโตนดด้วนมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี2562ทั้งตำบล จำนวน892คนคิดเป็น ๑3,618.32 ต่อแสนประชากร มีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน
74คนคิดเป็น 1,198.76ต่อแสนประชากร และในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในปี ๒๕๖2 หมู่ที่ 6 มีผู้ป่วยใหม่ จำนวน 1 คนจะเห็นได้จากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันโลหิตกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีอายุ ๓๕ขึ้นไปในปี 2๕๖2หมู่ที่ 6 มีประชากรกลุ่มเป้าหมาย 113คนได้รับการคัดกรอง 109คนพบว่าผู้ที่ได้รับการคัดกรองเป็นปกติ70คนคิดเป็นร้อยละ 64.22 กลุ่มเสี่ยงจำนวน 35คนคิดเป็นร้อยละ32.11กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน4คนคิดเป็นร้อยละ 3.67ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยจะต้องได้รับการติดตามดูแลให้ได้รับบริการวัดความดันซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนดในแนวทางการดูแลกลุ่มเสี่ยงคือ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงต้องได้รับการบริการวัดความดันซ้ำเดือนละ๑ ครั้งจากอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่และหากความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกรายในส่วนของกลุ่มสงสัยป่วยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเพื่อให้ได้รับการดูแลและต่อเนื่องเพื่อให้เข้ารับการรักษาเป็นกลุ่มผู้ป่วย ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิต ที่บ้านคนละ๗วันติดต่อกันวันละ๒ ครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็นทุกวันโดยอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบเมื่อครบแล้วอาสาสมัครจะนำผลการวัดความดันโลหิตเพื่อส่งให้แพทย์วินิจฉัยว่ากลุ่มสงสัยป่วยเหล่านี้จะเป็นผู้ป่วยหรือไม่หากเป็นผู้ป่วยจะได้รับยาและรักษาโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจะมีการติดตามวัดความดันโลหิตจากอาสาสมัครสาธารณสุขต่อไปเดือนละ๑ ครั้ง
จากที่กล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องใช้เครื่องวัดความดันโลหิตให้เพียงพอกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขได้มีอุปกรณ์ในการดำเนินงานติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อาสาสมัครสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 6ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ขึ้น
-
1.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง35.0035.00
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง
-
เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยโรค4.004.00
1.ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และส่งผลไป
วินิจฉัยโรค
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง113
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ (เครื่องวัดความดันโลหิต)
1.ค่าจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 3 เครื่องๆละ 3,300 บาท เป็นเงิน 9,900บาท
31 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563มีอุปกรณ์เพียงพอสำหรับการติดตามวัดความดันโลหิต
9900.00 บาท
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถเข้าถึงการให้บริการทางการแพทย์
