โครงการเพิ่มแปลงปลูกปลอดสาร สู่ตลาดอาหารปลอดภัย บ้านแคเหนือ
-
นายไสโฝด หลีขาหรี
-
นายหมัดดาโหด หัสเอียด
-
นายคมสัน หลีขาหรี
-
นายอะหมัด หลีขาหรี
-
นายสะอาดีน เด็นยี
-
ร้อยละพื้นที่เกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน0.50
-
จำนวนตลาดที่จำหน่ายอาหาร ผัก และผลไม้ที่ปลอดภัยและรู้แหล่งที่มา0.00
-
จำนวนแปลงปลูกข้าว แปลงผัก และสวนผลไม้ที่ไม่ใช้สารเคมี5.00
จากการรณรงค์ด้านอาหารและโภชนาการในชุมชนบ้านแคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านแคเหนือ มีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างมาก แต่พบว่า ในพื้นที่ยังขาดตลาดหรือพื้นที่ในการจำหน่ายอาหาร ผัก และผลไม้ที่ปลอดภัย ทำให้การเข้าถึงอาหาร ผัก และผลไม้ที่ปลอดภัยมีจำกัด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการตลาดอาหารปลอดภัย บ้านแคเหนือขึ้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านแคเหนือสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและจำหน่ายอาหารปลอดภัยได้มากขึ้น
-
เพื่อเพิ่มสัดส่วนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน0.5010.00
ร้อยละพื้นที่เกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน เพิ่มขึ้น
-
เพื่อเพิ่มจำนวนตลาดที่จำหน่ายอาหาร ผัก และผลไม้ที่ปลอดภัยและรู้แหล่งที่มา0.003.00
จำนวนตลาดที่จำหน่ายอาหาร ผัก และผลไม้ที่ปลอดภัยและรู้แหล่งที่มาเพิ่มขึ้น
-
เพื่อเพิ่มจำนวนแปลงปลูกข้าว แปลงผัก และสวนผลไม้ที่ไม่ใช้สารเคมี5.0020.00
จำนวนแปลงปลูกข้าว แปลงผัก และสวนผลไม้ที่ไม่ใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อจัดตั้งคณะทำงานและกำหนดแผน
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อจัดตั้งคณะทำงานและกำหนดแผนการดำเนินการโครงการ โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู็นำศาสนา เกษตรกรกลุ่มปลูกข้าว ผัก และผลไม้ จำนวน 20 คน
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าอาหารว่าง 25 บ. x 20 คน = 500 บ.
2. ค่าเอกสารประกอการประชุม 25 บ. x 20 ชุด = 500 บ.1 มิถุนายน 2563 ถึง 1 มิถุนายน 2563เกิดคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา เกษตรกรกลุ่มปลูกข้าว ผัก และผลไม้ จำนวน 20 คน
1000.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และทักษะในการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษแก่เกษตรกร
อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้และทักษะในการทำเกษตรอินทรีย์ปลอสารพิษแก่เกษตรกร จำนวน 30 คน
ค่าใช้จ่าย
1. ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง = 3,600 บ.
2. ค่าอาหารกลางวัน 50 บ. x 30 คน = 1,500บ.
3. ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อ 25 บ. x 30 คน = 1,500บ.
4. ค่าเอกสารประกอบการอบรม 20 บ. X 30 คน = 600 บ.
5. ค่าวัสดุ/อุปกรณ์ 800 บ.10 มิถุนายน 2563 ถึง 10 มิถุนายน 2563เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการผลิตอาหารปลอดภัย
8000.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์การเปิดตลาดและสร้างการรับรู้ในชุมชน
ประชาสัมพันธ์การเปิดตลาดและสร้างการรับรู้ในชุมชนผ่านสื่อประชาสัมพันธ์
- ่ค่าไวนิลขนาด 1x2 เมตร จำนวน 5 แผ่น แผ่นละ 300 บาท เป็นเงิน 1500 บาท
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563- เกิดสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อประชาสัมพันธ์การเปิดตลาดและสร้างการรับรู้ในชุมชน
- คนในชุมชนรับรู้การเปิดตลาดและสามารถเข้าถึงตลาดอาหารปลอดภัยได้มากขึ้น
1500.00 บาท -
ปรับพื้นที่ และก่อสร้างโรงเรือนโดยเกษตรกรผู้ประกอบการ
เกษตรกรผู้ประกอบการร่วมกันปรับพื้นที่ และก่อสร้างโรงเรือนสำหรับจำหน่ายสินค้า
ไม่ใช้งบประมาณ
1 กรกฎาคม 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563- เกิดพื้นที่สำหรับใช้จำหน่ายสินค้าอาหารปลอดภัย
0.00 บาท -
เปิดตลาดอาหารปลอดภัยในชุมชน และจัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่่คนในชุมชนเกี่ยวกับการเลือกซื้อและบริโภคอาหารปลอดภัย
จัดกิจกรรมเปิดตลาดอาหารปลอดภัยในชุมชน และให้ความรู้แก่่คนในชุมชนเกี่ยวกับการเลือกซื้อและบริโภคอาหารปลอดภัยผ่านกิจกรรมเสวนา
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 คน คนละ 2 ชั่วโมง = 3,600 บ.
ค่าอาหารกลางวัน 50 บ. x 50 คน = 2,500บ.
ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อ 25 บ. x 50 คน = 2,500บ.
ค่าไวนิลขนาด 3x2 เมตร = 900 บาท
12 สิงหาคม 2563 ถึง 12 สิงหาคม 2563- คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลือกซื้อและบริโภคอาหารปลอดภัย
- คนในชุมชนสามารถเข้าถึงตลาดอาหารปลอดภัยในชุมชน
9500.00 บาท
- เกิดคณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนประเด็นอาหารและโภชนาการในชุมชน 1 คณะ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา เกษตรกรกลุ่มปลูกข้าว ผัก และผลไม้
- เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการผลิต
- คนในชุมชนรับรู้การเปิดตลาดและสามารถเข้าถึงตลาดอาหารปลอดภัยได้มากขึ้น
- คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลือกซื้อและบริโภคอาหารปลอดภัย
