โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง เทศบาลตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส
ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งว่า ขณะนี้มีรายงานข่าวการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน เป็นระดับ 3 เพื่อติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการทรัพยากร เสริมสร้างความเข้มแข้งของระบบการเฝ้าระวังค้นหาป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสที่มาจากต่างประเทศ โดยเน้นการคัดกรองไข้ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศที่ท่าอากาศยาน 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ตและกระบี่ เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล สนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ (ด่วนที่สุด นธ 0023.6/126) สถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ทางการจีนรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 74,186 ราย เสียชีวิต 2,006 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ จำนวน 1,014 ราย ในประเทศไทย 35 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก จำนวน 75,200 ราย ขณะนี้มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คน พบผู้ป่วยยืนยันในผู้ที่ไม่มีประวัติการเดินทางไปประเทศจีน แต่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และป้องกัน ก่อนการเกิดโรคดังกล่าว กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลปะลุรู จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถป้องกันโรคตระหนักถึงความร้ายแรงของโรค ให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ หากพบที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคต่อไป
-
สร้างแกนนำ ในพื้นที่เพื่อเผยแพร่การป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้กับประชาชน0.00
แกนนำสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้
-
สร้างความเข้าใจการสวมหน้ากาก การมีหน้ากากอนามัยไว้ใช้เอง0.00
ประชาชนสามารถใช้หน้ากาก และมีหน้ากากไว้ใช้เอง
-
สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคและสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)ได้0.00
ประชาชนสามารถใช้หน้ากาก และมีหน้ากากไว้ใช้เอง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง8500
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สร้างแกนนำ ในพื้นที่เพื่อเผยแพร่การป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้กับประชาชน
-อบรมให้ความรู้สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคและสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) สำหรับแกนนำในพื้นที่
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 63 คน* 50 บาท เป็นเงิน 3,150 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 63 คน * 25 บาท * 2 มื้อ เป็นเงิน 3,150 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 3 ชม.ๆ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าป้ายไวนิล 750 บาท
10 มีนาคม 2563 ถึง 10 มีนาคม 25638850.00 บาท -
สร้างความเข้าใจการสวมหน้ากาก การมีหน้ากากอนามัยไว้ใช้เอง และการล้างมือที่ถูกวิธี
1.สาธิตการใช้หน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง และสอนภาคทฤษฎีในการทำหน้ากากอนามัยที่ถูกเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของเชื้อโรค ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
จัดซื้อหน้ากากอนามัยชนิดผ้า จำนวน 8,500 ชิ้น * 10 บาท เป็นเงิน 85,000 บาท
จัดซื้อค่าวัสดุในการสาธิตทำหน้ากากผ้า จำนวน 5,000 บาท
จัดซื้อหน้ากากอนามัย 3 D 20 กล่องๆละ 300 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าวิทยากรในการสอนภาคทฤษและภาคปฏิบัติ จำนวน 1 คน * 6 ชม*300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
จัดซื้อเจลล้างมื้อฆ่าเชื้อไวรัส จำนวน 20 ขวดๆ 320 บาท เป็นเงิน 6,400 บาท
(มัสยิด จำนวน 4 ที่,บาลาเซาะห์ จำนวน 6 ที่, วัด 2 ที่ ,สถานีรถไฟ จำนวน 1 ที่, สถานบริการของเทศบาล จำนวน 5 ที่ )
11 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563104200.00 บาท -
ให้ความรู้สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคและสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)ได้
-เคาะประตู ขึ้นบ้านลงทุกหลังคาเรือนในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู
- ไวนิลประชาสัมพันธ์ 3 แผ่น * 750 บาท
12 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 25632250.00 บาท
- แกนนำสามารถเผยแพร่ความรู้ในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้
- สามารถป้องกันตนเองจากโรคระบาด โรคติเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
- ประชาชนมีความตระหนัก และหลีกเลี่ยงตนเองจากการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
