โครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 11
-
นางวรรณีสุวรรณธนู
-
นางอุไรวรรณซุ่นเซ่ง
-
นางวิยะภรณ์ ดำช่วย
-
นางสังวรณ์ฉิมผุด
-
นางสุดาวรรณพนมรักษ์
-
ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง32.00
-
2.ร้อยละประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และส่งผลไป วินิจฉัยโรค4.50
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สภาพปัญหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคไม่ติดต่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นปัญหาอันดับสองของจังหวัดพัทลุงรองจากปัญหาโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะ ความดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติตลอดเวลา โรคความดันสูงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือชนิดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดซึ่งไม่สามารถระบุถึงต้นเหตุการณ์เกิดได้แต่อาจจะเป็นเพราะปัจจัยอายุ : อายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้นมีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง : โรคนี้มีโอกาสพบได้ในคนในครอบครัวเดียวกัน รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำรับประทานเกลือมีเกลือในอาหารที่รับประทานสูงเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกายน้ำหนักเกิน อ้วนสูบบุหรี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปความเครียดในส่วนของโรคความดันโลหิตสูงชนิดที่ทราบสาเหตุอาจเกิดได้จากหลายสภาวะเช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับโรคไต ปัญหาต่อมไทรอยด์ เนื้องอกที่ต่อมหมวกไตหลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด การใช้ยาบางชนิดการใช้สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์อันตรายจากโรคนี้ทำให้เป็นอัมพฤกษ์และอัมพาตพิการได้ ทำให้เป็นปัญหากับตนเองครอบครัวชุมชนเสียค่าใช้จ่ายค่าดูแลและขาดรายได้การคัดกรองโรคทำได้โดยการวัดความดันโลหิตผู้รับบริการ อำเภอควนขนุน มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2562จำนวน 11,190คนคิดเป็น๑7,644.27ต่อแสนประชากรมีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน 978 คนคิดเป็น 1,159.76 ต่อแสนประชากร ในส่วนของตำบลโตนดด้วนมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในปี2562 ทั้งตำบล จำนวน892คนคิดเป็น๑3,618.32ต่อแสนประชากรมีอัตราผู้ป่วยใหม่จำนวน 74คนคิดเป็น 1,198.76ต่อแสนประชากร และในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๖2 หมู่ที่ ๑๑ มีผู้ป่วยใหม่ จำนวน 10 คนจะเห็นได้จากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันโลหิตกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีอายุ ๓๕ขึ้นไป ในปี 2๕๖2หมู่ที่ ๑1 มีประชากรกลุ่มเป้าหมาย 177คนได้รับการคัดกรอง 170คนพบว่าผู้ที่ได้รับการคัดกรองเป็นปกติ105คนคิดเป็นร้อยละ 61.76 กลุ่มเสี่ยงจำนวน 57คนคิดเป็นร้อยละ 33.53กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน8คนคิดเป็นร้อยละ 4.71ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยจะต้องได้รับการติดตามดูแลให้ได้รับบริการวัดความดันซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนดในแนวทางการดูแลกลุ่มเสี่ยงคือ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงต้องได้รับการบริการวัดความดันซ้ำเดือนละ๑ ครั้ง จากอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่และหากความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกรายในส่วนของกลุ่มสงสัยป่วยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเพื่อให้ได้รับการดูแลและต่อเนื่องเพื่อให้เข้ารับการรักษาเป็นกลุ่มผู้ป่วย ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิต ที่บ้านคนละ๗วันติดต่อกันวันละ๒ ครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็นทุกวันโดยอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบเมื่อครบแล้วอาสาสมัครจะนำผลการวัดความดันโลหิตเพื่อส่งให้แพทย์วินิจฉัยว่ากลุ่มสงสัยป่วยเหล่านี้จะเป็นผู้ป่วยหรือไม่หากเป็นผู้ป่วยจะได้รับยาและรักษาโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจะมีการติดตามวัดความดันโลหิตจากอาสาสมัครสาธารณสุขต่อไปเดือนละ ๑ ครั้ง จากที่กล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องใช้เครื่องวัดความดันโลหิตให้เพียงพอกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขได้มีอุปกรณ์ในการดำเนินงานติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อาสาสมัครสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ ๑๑ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ขึ้น
-
1.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง57.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง
-
เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยโรค8.00
ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และส่งผลไป
วินิจฉัยโรค
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง177
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
๑. จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ (เครื่องวัดความดันโลหิต)
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 3 เครื่องๆละ 3,300 บาท เป็นเงิน 9,900 บาท
31 มีนาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563มีอุปกรณ์เพียงพอสำหรับการติดตามวัดความดันโลหิต
9900.00 บาท
มีเครื่องวัดความดันเพื่อติดตามวัดโรคความดันโลหิตในประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพียงพอ
