โครงการรวมพลังชาวคลองขุดป้องกันและควบคุมการระบาดโรคไวรัสโคโรนา (COVID -19)
-
นางลดาวัลย์วงศ์น้ำรอบ
-
นางอโรชาหลีนุ่น
-
นางภาจิต ดำกระบี่
-
นางรอฝียะื แออุดม
-
นางฮาหลีม๊ะ หลงหา
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งย่อมาจาก “Coronavirus disease 2019”เป็นตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส (SARS) ที่ระบาดเมื่อปี 2545 ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบเฉียบพลัน ปอดอักเสบและมีภาวะแทรกซ้อน พบแหล่งกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน จากที่มีผู้ป่วยมีอาการคล้ายปอดอักเสบและไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงมีการเก็บตัวอย่างของคนไข้เหล่านี้ไปถอดรหัสพันธุกรรมและได้พบว่าเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในชื่อ ไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ 7 ที่ถูกค้นพบ เป็นตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวได้มีการแพร่ระบาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ตลอดจนประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย ขณะนี้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก (ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก, 11 มีนาคม 2563) และประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม ณ วันที่ 27 มีนาคม 2563 จำนวน 1,045 ราย เสียชีวิต 4 ราย ทั้งนี้ยังปรากฏผู้ป่วยในจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสตูล ได้แก่จังหวัดตรัง และจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ตำบลละงู มีญาติที่ไปประกอบอาชีพ ณ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง (WHO : 22 มีนาคม 2563) และประชาชนที่กลับจากพื้นที่เสี่ยง จากข้อมูลสถานการณ์โรคจะเห็นได้ว่าประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ บ้านคลองขุดมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านคลองขุด จึงได้จัดทำโครงการรวมพลังชาวคลองขุดป้องกันและควบคุมการระบาดโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19) ขึ้นเพื่อเร่งดำเนินการป้องกัน ควบคุมการแพร่กระจายโรค และการสร้างสุขนิสัยส่วนบุคคลให้ถูกต้อง รวมถึงให้ข้อมูลที่ถูกต้องและคัดกรองภาวะเสี่ยงแก่ประชาชนในพื้นที่ ช่วยลดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไป
-
1.เพื่อคัดกรองสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง และมีอาการเข้าได้ตามนิยามของโรค COVID-190.00
มีจุดบริการคัดกรองสุขภาพประจำวัน อย่างน้อย 1 ชุด ในหมู่บ้าน
-
เพื่อจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เคมีภัณฑ์ป้องกันควบคุมโรคCOVID-190.00
มีอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินการในการจัดบริการตามแผน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ประชุมเตรียมความพร้อมคณะทำงาน
1.1 กิจกรรมย่อย
อบรมพัฒนาศักยภาพคณะทำงาน
จัดทำแผนงาน
มอบหมายงาน
(มีจุดคัดกรองสุขภาพสำหรับการรวมกลุ่มมากกว่า 10 คน ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานควบคุมโรค)
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐.- บาท.x 15 คน = 75๐.-บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บาทx ๒ มื้อ x 15 คน= 75๐บ.
ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ/สื่อสุขศึกษา
๕00.- บาท x 5 แผ่น =2500.- บาท
รวมเงิน 4,000.- บาท
10 เมษายน 2563 ถึง 10 เมษายน 2563มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองที่ชัดเจน
4000.00 บาท -
จัดตั้งจุดคัดกรองสุขภาพประจำหมู่บ้าน
1.1 กิจกรรมย่อย
ซักประวัติการเดินทาง / ประเมินความเสี่ยง
ตรวจสุขภาพด้วยวิธีการวัดอุณหภูมิร่างกาย
ให้สุขศึกษาประชาชนเฉพาะราย การกำจัด ทำลายเชื้อด้วยวิธีการล้างมือด้วยสบู่ เจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น
จัดบริการสุขภาพรักษาพยาบาลด้วยยาสามัญประจำบ้าน (ขอสนับสนุน รพ.สต.เบิกจ่ายตามสิทธิรักษา)
หมายเหตุ : เบิกเฉพาะอาหารและอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับแกนนำที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดคัดกรองสุขภาพประชาชน
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มวันละ 1 มื้อๆละ ๒๕ บาท x 30 มื้อ x 10 คน= 7,500บ.
รวมเงิน 7,5๐๐.- บาท
10 เมษายน 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563มีการคัดกรองผุ้เข้า-ออกหมู่บ้านทุกคน
7500.00 บาท -
จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เคมีภัณฑ์ป้องกันควบคุมโรค COVID-19
จัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด ราคา 4,300.- บาท x 2 เครื่อง = 8,000.- บาท
จัดซื้อเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แกลลอน 5 ลิตร ราคา 1,790.- บาท x 2 แกลลอน เป็นเงิน 3,580.- บาท
จัดซื้อหน้ากากอนามัย เป็นเงิน 2,000.- บาท
วัสดุงานบ้าน จัดทำหน้ากากอนามัย เป็นเงิน 3000 บาท
รวมเงิน 16,580.- บาท
10 เมษายน 2563 ถึง 30 เมษายน 2563เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์สำหรับป้องกันตนเองในการปฏิบัติหน้าที่
16580.00 บาท
- ประชาชนมีความตระหนักในการป้องกันตนเองในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน
- ไม่พบผู้ป่วยในพื้นที่ และมีระบบเฝ้าระวังอาการผู้ป่วยที่เข้าได้ตามนิยามโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
