โครงการสูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ปีงบประมาณ 2563
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ลักษณะครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (Extend Family) ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family) ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลง จำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลง มีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรักและความอบอุ่น ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสีย สิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว การสูญเสียตำแห่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุ และหากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่ มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมือง จึงได้จัดทำโครงการสูงวัย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสังคม มีความรู้ แนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์การในท้องถิ่นต่อไป
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุและ แกนนำ อสม. มีความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย0.00
ผู้สูงอายุมีความรู้ ร้อยละ ๘๐ หลังการอบรม โดยวิธีการอบรมให้ความรู้
-
มีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ0.00
เพื่อเป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนชมรมผู้สูอายุ
-
เพื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้0.00
ผู้สูงอายุ ร้อยละ ๖๐ ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
-
กลุ่มผู้สูงอายุ300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมแกนนำผู้สูงอายุ ประจำหมู่บ้านและแกนนำ อสม.ดูแลผู้สูงอายุ หมู่ละ 15 คน จำนวน 90 คน
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.xจำนวน 1 มื้อ x จำนวน 90 คน
= 4,5๐๐ บ.
ค่าอาหารว่าง 25 บ.xจำนวน 2 มื้อ xจำนวน 9๐ คน = 4,5๐๐ บ.
รวมเป็นเงิน 12,000 บาท
ถึง12600.00 บาท -
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หมู่ละ 50 คน จำนวน 6 หมู่
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 6 วัน
เป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บ.x 30๐ คน
= 7,5๐๐ บ.
รวมเป็นเงิน 12,900 บาท
ถึง12900.00 บาท
- ผู้สูงอายุและแกนนำผู้สูงอายุ มีความรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ในด้านกาย จิต สังคมและ
จิตวิญญาณ
- มีการขับเคลื่อน ในกลุ่มแกนนำและผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในด้านสุขภาพ ๓. ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการดูแลรักษา/ส่งต่อ
- มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้สูงอายุ
