-
๑.อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน จำนวน๔๗คน
-
๒.ประชาชนผู้ที่สนใจใน 4 ชุมชน จำนวน๔๐ คน
-
๓.ผู้สูงอายุ จำนวน๔๐ คน
สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานานเนื่องจากคนไทยสมัยก่อนมีการพึ่งตนเองในด้านการรักษาพยาบาลสูง ด้วยเหตุที่ในสมัยก่อนยังไม่มีสถานบริการด้านสาธารณสุขบริการประชาชนอย่างทั่วถึงเหมือนปัจจุบัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นในชุมชน หรือในครอบครัว จึงมีการนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น หรือรักษาพยาบาลกับหมอพื้นบ้านในหมู่บ้านของตนเองเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย โดยอาศัยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ และปัจจุบันประเทศไทยมีความสนใจมาใช้ยาสมุนไพรมากขึ้นเนื่องจากการรักษาแผนปัจจุบันบางครั้งมีผลข้างเคียงในบางโรค และมีขีดจำกัดในการรักษา เช่นโรคมะเร็ง ซึ่งต้องมีแนวทางการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกอื่นควบคู่ไปด้วย นอกจากนั้นอิทธิพลของกระแสโลก (Globalization ) ในเรื่องสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก ก็เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย ทำให้คนไทยหันมาบริโภคสมุนไพรกันมากขึ้น ตำบลยางหล่อโดยเฉพาะหมู่บ้านคือ นาหว้าศรีอุดมและโนนสมบูรณ์ สันป่าพลวง ยังเป็นพื้นที่ ที่มีการใช้สมุนไพรกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ห่างไกล และการคมนาคมที่ลำบาก จากหมู่บ้านไปยังสถานบริการสาธารณสุข ทำให้เกิดภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของผู้คน ซึ่งเรียกกันว่าหมอพื้นบ้าน ที่ต้องรักษาคนในครอบครัว ญาติ คนรอบข้างในชุมชนหรือต่างถิ่นโดยอาศัยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ด้วยกรรมวิธีที่หลากหลายซึ่งสามารถนำเอาสมุนไพร ที่ปลูกเองในบริเวณบ้านของตนเอง ของเพื่อนบ้าน บริเวณวัด และตนเองซึ่งสามารถนำมาปฐมพยาบาลได้ในเบื้องต้น ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนสมบูรณ์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนขึ้นเพื่อเกิดการพึ่งตนเองของชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูก สมุนไพรและลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทยให้เป็นทางเลือกในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านสุขภาพ และยังเป็นการแสวงหาศักยภาพของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งให้กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศไทยต่อไป
-
1.เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีการแพทย์แผนไทย 2.เพื่อส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น 3.เพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลในชุมชน1.00
1.ประชาชนในชุมชน ปลูกและใช้สมุนไพรมากขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน87
-
กลุ่มผู้สูงอายุ40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมในการใช้สมุนไพรในครัวเรือน แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) /แกนนำ /ผู้นำ
1 อบรมให้ความรู้กับ อสม. ประชาชนผุ้สนใจ ผู้สูงอายุ รุ่นที่ 1 จำนวน 40 คน มีค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน = 2800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน = 2000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน = 2000 บาท
คู่มือในการอบรม จำนวน 100 เล่ม x 20 บาท = 2000 บาท
- วัสดุในการอบรม จำนวน 100 ชิ้น x 20 บาท = 2000 บาท
- วัสดุในการอบรม จำนวน 100 ชิ้น x 20 บาท = 2000 บาท
2 อบรมให้ความรู้กับ อสม. ประชาชนผุ้สนใจ ผู้สูงอายุ รุ่นที่ 2 จำนวน 40 คน มีค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน = 2800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน = 2000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน = 2000 บาท
3 อบรมให้ความรู้กับ อสม. ประชาชนผุ้สนใจ ผู้สูงอายุ รุ่นที่ 3 จำนวน 47 คน มีค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 47 คน x 70 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน = 3290 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 47 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 1 วัน = 2350 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 2 คน x 300 บาท x 3 ชั่วโมง = 1800 บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น21,040 บาท (สองหมื่นหนึ่งพันสี่สิบบาทถ้วน)
1 มิถุนายน 2563 ถึง 30 กันยายน 256321040.00 บาท
ชุมชนเกิดความตระหนักและรู้จักวิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นตนเอง ครอบครัวได้
