ตรวจคัดกรองสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกระแสเลือดของเกษตรกร หมู่ที่ 6 บ้านไอร์บาลอ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ปี 2563
-
พระธรรมรัตน์เหมะธุสิน2.นายสหรัฐสีดา 3. นางสาววิมลพรหมอินทร์4.นายเพียร บุตรมาตา 5. นางสาวสุภาพรขวัญคุม
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในสวน การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ารับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น หมู่บ้านไอร์บาลอบเป็นพื้นที่หนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงขึ้นทางชมรมส่งเสริมสุขภาพบ้านไอร์บาลอได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช100.00
อัตราประชาชนมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากสารเคมี
-
เพื่อให้ประชาชนเกษตรกรได้รับทราบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือด100.00
จำนวนประชาชนเกษตรกรได้รับทราบสารเคมีตกค้างในเลือด
-
เพื่อให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช100.00
จำนวนประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
1.อบรมให้ความรู้เรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- สาธิตการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อๆละ 20 บาท จำนวน 100 คน
= 4,000 บ.
-ค่าอาหาร 1 มื้อๆละ 40 บาท จำนวน 100 คน = 4,000 บ.
-ค่าวิทยากร 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท
= 1,800 บ.
-ค่าไวนิล = 800 บ.
-ค่าวัสดุ = 7,700 บ.
20 สิงหาคม 2563 ถึง 20 สิงหาคม 2563ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และมีการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย
18300.00 บาท -
เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนเกษตรกร
เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนเกษตรกรโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
-ค่าชุดอุปกรณ์ทดสอบหาโคลีเอสเตอร์เรสในเลือดเกษตรกร
= 1,700 บ.
20 สิงหาคม 2563 ถึง 20 สิงหาคม 2563ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองหาสารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนเกษตรกรโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
1700.00 บาท
การดำเนินงานโครงการนี้คาดว่าประชาชนมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากสารเคมีและได้รับทราบสารเคมีตกค้างในร่างกายทำให้เกิดการตระหนักในการป้องกันตนเองได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ให้มีผลอันตรายต่อร่างกายได้
